ผิงไหวในใจไหววูบ ถ้าหากเขาไม่ได้ทำหยกหาย เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องมาลำบากลำลนคุกเข่าอยู่ที่นี่อย่างนี้ เขาอาจจะถูกอาจารย์เซียวเรียกเข้าไปพบในทันทีเหมือนคนคนนั้นก็ได้…
หยก…
เซี่ยผิงไหวรู้สึกอึดอัดคับข้องใจอยู่บ้าง
ก็ไม่รู้ว่าสุนัขตัวไหนกล้าขโมยของของเขา ทำให้เขาต้องมาตกระกำลำบาก อับอายขายหน้าผู้คนเช่นนี้
ขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่ก็มีเด็กรับใช้ของอาจารย์เซียวออกมาอีกครั้ง “คุณชายรอง ท่านอาจารย์ก็เชิญเจ้าเข้าไปด้วย”
เซี่ยผิงไหวได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกาย “จะยอมรับข้าเป็นศิษย์แล้วหรือ!”
เด็กรับใช้มองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน
เซี่ยผิงไหวลุกขึ้นอย่างมึนงง และพุ่งเข้าไปทันที ดูกระวีกระวาดไม่เรียบร้อย เทียบกับคุณชายที่เตรียมของขวัญมาด้วยเมื่อสักครู่นี้แล้วต่างกันมากราวฟ้ากับเหว
“ที่ข้าให้เจ้าคัด ‘หมิงซุ่น’ เมื่อวานสิบรอบล่ะ” หลังจากเซี่ยผิงไหวเข้าไปข้างในแล้ว อาจารย์เซียวก็เอ่ยถามทันที
“…” เซี่ยผิงไหวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ไม่รู้ว่าหากเขาจากไปตอนนี้ยังทันหรือไม่
เขาไม่อยากจะคัด ‘หมิงซุ่น’ อะไรนั่นเสียหน่อย
“ไม่ได้คัด” อาจารย์เซียวเหลือบมองเขาเบาๆ แล้วหยิบไม้บรรทัดหนามที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา เขามองไปที่ไม้บรรทัดด้วยแววตาอ่อนโยน จากนั้นก็มองเซี่ยผิงไหวด้วยสายตาเย็นชาจนน่ากลัว
เซี่ยผิงไหวกลืนน้ำลายทันที
“ข้าจะกลับไปคัด…” เสียงของเซี่ยผิงไหวสั่นเทา
“ยี่สิบรอบ” อาจารย์เซียวไม่ได้ยกของที่อยู่ในมือเขาขึ้นมา แ