ี่ยนเลยแม้แต่น้อย แต่พวกวิญญาณที่อยู่ต่อหน้านางต่างพากันตกใจจนตัวสั่น
เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น วิญญาณนั้นก็หายวับไปแล้ว หายไปได้อย่างไรน่ะ!
แต่ละตนต่างก็จ้องมองเซี่ยเฉียวอย่างประหม่า ชั่วขณะถัดมา ลมหยินพัดมา วิญญาณเหล่านั้นบ้างก็กระโดดออกจากหน้าต่าง บ้างเดินลงชั้นล่าง แขกของชั้นสองนี้ก็หายไปหมดในชั่วพริบตา
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว นางตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
วิญญาณที่เมืองหลวงนี้ขี้ขลาดไปหน่อยนะ
แขกพวกนี้โดนนางไล่ไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร การทำกิจการแบบนางนี้จะต้องสร้างบารมีเอาไว้ก่อน หากวันนี้นางยอมนั่งนิ่งๆ ให้พวกเขาทำแต่โดยดี วันข้างหน้าพวกเขาอาจจะได้ใจ กล้าแตะต้องนางขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
เซี่ยเฉียวเก็บของเตรียมตัวที่จะ ‘เลิกงาน’
แต่เมื่อนางหันหลังกลับไปก็เห็นว่ายังมีวิญญาณหมอบรอนางอยู่ด้านหลังฉากกั้น
วิญญาณตัวสั่นเทา นั่งกอดกุมเข่าเงยหน้ามองนาง วิญญาณนี้ดูธรรมดามาก นางไม่เห็นรอยเลือดอะไรตรงไหนเลย หากไม่ใช่เพราะดูเลือนรางไร้ตัวตนก็แทบไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา
“ทำไมเจ้าไม่หนีไปเสียล่ะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ข้า…ข้ามีความปรารถนาสุดท้าย…” วิญญาณของผู้หญิงทำเสียงอ่อนน้อมถ่อมตน
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้ามานั่งพูด ทำความเข้าใจกฎของที่นี่ก่อน”
“แม้ว่าข้าจะพยายามทำให้เจ้าสมปรารถอย่างเต็มที่ที่สุด แต่ก็มีบางอย่างที่ข้าไม่ได้ทำ ให้ฆ่าคนวางเพลิงข้าไม่ทำ ลักขโมยปล้นชิงข้าก็ไม่มีความสามารถ ความปรารถนาที่เจ้าจ