ภายในสามวัน ตอนนี้คนข้างนอกกำลังวิจารณ์กันว่า เขาไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของตระกูลหยวน!”
“พูดกันอย่างออกรสออกชาติ ยังมีคนพูดอีกว่าเคยได้เห็นแม่แท้ๆ ของหยวนปินเมื่อหลายปีก่อน เขาบอกว่าแม่แท้ๆ ของเขาสนิทกับพ่อค้าปลามากเชียวล่ะ”
คราวนี้ทุกคนต่างก็หันไปมองตามเสียงของเซี่ยผิงไหว
เขาไม่ใช่คนเดียวที่อยากรู้อยากเห็น!
ช่วงเช้าของเมื่อวานทุกคนยังคิดกันอยู่เลยว่า อีกไม่นานเซี่ยเฉียวก็ต้องไปเป็นอนุแล้ว นี่เพิ่งผ่านไปแค่ไม่เท่าไรเอง หยวนปินก็เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้
และวันนี้พวกเขาก็ไม่เห็นหน้าค่าตาของหยวนปินแล้ว
สีหน้าของเซี่ยเฉียวลึกลับคาดเดาไม่ได้ “ความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย”
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุก “พี่หญิงใหญ่ ท่านบอกข้าหน่อยสิ ท่านรู้ได้อย่างไร”
“มั่วเอาน่ะ จะเสียมาดไม่ได้ ข้าก็เลยสาปแช่งเขาไปสักคำสองคำ” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ ดูไม่มีพิษภัยอะไร
ผู้หญิงดีๆ มีชาติตระกูลจะทำนายดวงชะตาได้อย่างไร
“พี่หญิงใหญ่ ท่านโชคดีจริงๆ เกือบจะแพ้เดิมพันเสียแล้ว” เซี่ยผิงไหวรำพึงรำพัน
“ก็ไม่ใช่ว่าจะมั่วไปอย่างนั้นหรอก คนอย่างหยวนปินแค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร ข้าเป็นลูกสาวขุนนางคนหนึ่ง เขายังกล้าหยอกล้อ เห็นได้ชัดว่าปกติเขาก็มักจะทำเรื่องเลวๆ อยู่แล้ว ทำเรื่องไม่ดีก็มักจะมีเรื่องเดือดร้อนได้ง่ายๆ แถมสีหน้าเขายังหมองคล้ำ ข้าก็เลยคิดว่าเขาคงจะโชคร้ายในไม่ช้าก็เร็ว” เซี่ยเฉียววิเคราะห์อีกครั้