ูคุณชายหยวนสิ ใต้ตาเขียวคล้ำคงจะเร่าร้อนเกินไป ดวงตาแดงอ่อน แค่มองก็รู้ว่าเจ้าชู้ ฝีเท้าล่องลอย ไม่มีพลังหยาง ผิวดั่งไม้แห้ง ร่างกายเสียหาย” เซี่ยเฉียวร่ายคำสี่พยางค์ออกมาเป็นชุด “ข้าไม่เคยเห็นคุณชายหยวนมาก่อน แต่ดูลักษณะที่อ่อนเพลียของเขาสิ หากไม่ใช่ว่ามีอนุในบ้านถึงสิบเอ็ดสิบสองคน ก็ต้องมีถึงสักหกเจ็ดคนกระมัง”
อย่างไรก็ตามวิธีการพูดของเซี่ยเฉียวก็กลับดูค่อนข้างไร้เดียงสา
ราวกับว่านางแค่อาศัยการคาดเดาเอาเท่านั้น
เซี่ยเฉียวเองก็ลำบาก ในฐานะผู้หญิงก็มีบางสิ่งที่นางพูดไม่ได้
อย่างเช่นว่า นางไม่อาจจะพูดต่อหน้าสาธารณชนได้ว่า หยวนปินผู้นี้หมกมุ่นทั้งวันทั้งคืน ผิดประเวณีและขาดศีลธรรม หากคนอื่นต้องการเข้าใจคำพูดของนาง พวกเขาต้องเดาเอาเอง
ทุกคนก็แค่ยิ้มๆ ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องจริง
พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าสาวน้อยตระกูลเซี่ยผู้นี้ก็แค่โกรธเกินไป นางจึงพูดอะไรออกมาด้วยอารมณ์
“นางพูดก็ถูกต้องอยู่นะ หยวนปินข้าจำได้ว่าในบ้านเจ้าดูเหมือนจะมีอนุเป็นสิบคนใช่หรือไม่ เมื่อเดือนที่แล้วเจ้ายังไปไถ่ตัวมาจากหอนางหนึ่งอยู่เลยไม่ใช่หรือ” เมิ่งจี๋ฟังหัวเราะ
หยวนปินสีหน้าดำคล้ำ “ไม่มีเรื่องเช่นนั้นหรอก”
เขาไม่สามารถนำเรื่องภายในบ้านมาพูดข้างนอกได้ อีกอย่างเขาก็ยังไม่ได้แต่งภรรยาเอกอย่างเป็นทางการ
“ทำก็ทำไปแล้ว เจ้ายังกลัวว่าคนอื่นจะพูดเรื่องนี้อีกหรือ แต่ข้ายังรู้สึกว่าอนุเล็กๆ พวกนี้ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าทำใ