ึงกับกล้าเสียดสีว่าร่างกายของเขาจะพังเพราะเรื่องนี้!
เซี่ยเฉียวคนนี้อย่างไรก็ยังเป็นคนงาม!
หากนางเป็นลูกที่เกิดจากอนุภรรยา เขาคงจะรับเข้าบ้านในฐานะอนุภรรยาก็อาจจะเป็นไปได้
แต่เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ หากเขาสามารถเกลี้ยกล่อมนางได้สำเร็จต่อไปก็จะได้อยู่กับนางไปตลอดชีวิต เช่นนั้นก็ได้เหมือนกัน!
หยวนปินคิดได้เช่นนั้นดวงตาของเขาก็ฉายแววชั่วร้าย “เอาล่ะ แม่นางเซี่ย หากข้าคนนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ภายในสามวันก็พิสูจน์ได้ว่าเจ้าปรักปรำข้า ทำลายชื่อเสียงของข้า และเจ้าก็ควรจะต้องชดใช้?!”
เมิ่งจี๋ฟังขมวดคิ้ว
คนอื่นก็ยังคิดว่าหยวนปินคนนี้ออกจะพาลอยู่บ้าง
แม่นางน้อยแค่โกรธเรื่องน้องชายของนางจึงพูดเรื่องอะไรเหลวไหลไปบ้างเท่านั้น ทำไมเขาถึงได้ตอแยนางเช่นนี้
อีกอย่าง…
ในความเป็นจริงแล้วคำพูดของเซี่ยเฉียวดูเหมือนจะถูกต้อง ฝีเท้าของหยวนปินล่องลอยจริงๆ ดูราวกับว่าเขาจะ ‘ปลดปล่อยมากเกินไป’ กระนั้น
“ตกลง” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างจริงจัง “หากในสามวัน ชื่อเสียงของเจ้ายังดีเท่ากับตอนนี้ ข้าจะเป็นอนุภรรยาของเจ้า แต่หากคุณชายหยวนกลายเป็นคนที่ทุกคนรังเกียจล่ะ เจ้าก็ควรที่จะขอโทษข้าและน้องชายของข้าใช่หรือไม่ ข้อเรียกร้องของข้ามิได้มีอะไรมากมาย แค่โขกศีรษะให้พวกเราสิบครั้งก็พอแล้ว”
ทันทีที่นางพูดจบ สายตาคนอื่นๆ ที่มองนางราวกับมองเห็นคนโง่กระนั้น
แม่นางเซี่ยคนนี้คงไม่ใช่ว่าโง่เหมือนน้องสาว