อง”
นางเกลียดที่จะพูดเรื่องความสัมพันธ์ที่สุด เพราะมันทำให้นางไม่ได้เงิน
เซี่ยผิงไหวเบิกตากว้าง
“เจ้าต้องเชื่อฟังข้า จำไว้ว่าพรุ่งนี้เจ้าไปสำนักศึกษา ต่อให้ต้องคลานเข่าห้องของท่านอาจารย์เซียวก็ต้องทำ” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
เซี่ยผิงกั่งมองหน้าของเซี่ยเฉียว ซึ่งไม่แดงและไม่มีอาการหอบ ท่าทางการพูดช้าๆ นี้ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าน้องสาวของเขาคนนี้ไร้ความปรานี
ดีแล้ว
เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าเขาถูกบีบบังคับจนแทบจะบ้าแล้ว
แต่เขาไม่สามารถพูดคำร้ายๆ ออกมาได้ โดยเฉพาะกับพี่สาวคนนี้!
เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายใหญ่รังแกเขา เขาแอบหวังว่าพี่ชายของเขาจะหกล้มจนคอหักตายในสักวันหนึ่ง แต่พี่สาวเขาทำเช่นนี้ เขากลับโกรธเกลียดนางไม่ลง!
อันที่จริงๆ ท่าทางของพี่หญิงใหญ่ทำให้เขากลัวมาก
น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดยามเอ่ยคำพูดที่น่ากลัวที่สุดออกมา ทำให้เขาเกลียดนางไม่ลง!
เซี่ยผิงไหวร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
เซี่ยเฉียวเดินจากไปด้วยความพึงพอใจ
เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างมีความสุขว่า “หากเจ้าใช้เงินหมดแล้วก็อย่าลืมขอเอาจากท่านแม่ล่ะ เงินของข้ากับพี่หญิงใหญ่ของเจ้าก็ไม่ค่อยคล่องมือเท่าไร”
เซี่ยผิงไหวคิดว่าฟ้ากำลังจะถล่มลงมา!
วันถัดมาก็มีข่าวดังแพร่ออกมาจากสำนักศึกษา
เซี่ยผิงไหวลูกชายคนที่สองของตระกูลเซี่ยผู้เสเพลไม่เชื่อฟังคำสอนมาตลอดกลับนำกล่องของว่างติดมือมาหนึ่งกล่อง และยื่นยิ้มแย้มอยู่ที่หน้าประตูห้องของทานอาจารย์เซียว