ตั้งแต่ตอนที่นางอายุสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น
ต่อมานักพรตชราถูกคนทุบตีจนตาย นางยังถูกคนบังคับให้ขายตัว แล้วต้องไปอยู่ในหอโคมเขียว
บุคลิกลักษณะของนางดูดี มีผู้อุปถัมภ์มากมายนับไม่ถ้วน กระทั่งมีนักปราชญ์ที่หลงใหลนางอย่างยิ่ง
คนทั้งสองมีใจให้กัน แต่น่าเสียดายที่ฉีเซียงมีค่าตัวสูงเกินไปในเวลานั้น พวกเขาจึงไม่มีเงินมาไถ่ตัวนาง เพื่อหาเงินแล้ว นักปราชญ์ผู้นั้นช่วยคนโกงในการสอบคัดเลือกขุนนางระดับเมือง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่จับได้
การโกงในการสอบคัดเลือกขุนนางนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
นักปราชญ์ผู้นั้นต้องอับอายขายหน้า อนาคตพังทลาย ทั้งยังไม่มีเงินพอที่จะไถ่ตัวฉีเซียงได้ ด้วยอารมณ์คิดไม่ตก ชั่ววูบเขาจึงจบชีวิตตัวเองที่ในคุกนั่นเอง
ฉีเซียงในเวลานั้นโศกเศร้าเสียใจและสิ้นหวัง
บางคนยังบอกอีกว่านางท้องลูกของปราชญ์คนนั้น ซึ่งต่อมาไม่รู้เพราะเหตุใดเด็กคนนั้นก็แท้งไป ภายใต้ความเศร้าโศก นางหันหลังให้บ้านเกิด และมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
แน่นอนว่าฉีเซียงออกเดินทางหลังจากที่ขุนนางเจ้าหน้าที่คนนั้นตายไปทั้งครอบครัวแล้ว
นางน่าสงสัยยิ่งนัก
อีกอย่าง นางใช้ชีวิตอยู่กับนักพรตมาตั้งแต่วัยเยาว์ ก็น่ารู้จักวิธีการตรึงวิญญาณอย่างที่เซี่ยเฉียวบอก
เมื่อมีหลายสิ่งที่สอดคล้องกับคดีเมื่อตอนนั้น เซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งปักใจเชื่อว่าคนคนนี้น่าจะมีปัญหาแน่แล้ว ดังนั้นเขาจึงนำสถานการณ์โดยละเอียดรายงานขึ้นไปทันที!
เบื้องบนก็ค่อนข้างให้ความสำ