างหน้าทันทีด้วยท่าทางมั่นใจ
เขากวาดตามองซย่าหย่าอวิ๋น นางหน้าแดงทันที จากนั้นเขาก็หยุดสายตาลงที่เซี่ยเฉียว
แม่นางผู้นี้ดูดีกว่าเล็กน้อย ดูมีสายตาเฉียบแหลม คนที่นิ่งเงียบแบบนี้ดูแล้วเก่งเรื่องคนที่สุด
ดังนั้นเขาจึงเลือกมองข้ามเซี่ยเฉียวและถามซย่าหย่าอวิ๋นแทน “เจ้าทำอะไรผิดหรือถึงได้ถูกไล่ให้มาที่นี่”
ดวงตาของซย่าหย่าอวิ๋นแดงขึ้นทันที “ข้าแค่เผลอเอ่ยคำพูดไม่น่าฟังสองสามคำก็โดนนางตี แต่กลับกลายเป็นว่านางร้องห่มร้องให้ต่อหน้าท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ก็เลยไล่ให้ข้ามาที่นี่ด้วย”
เซี่ยเฉียวกลอกตา
นางเดินตรงไปที่คอกม้าทันทีและมองไปรอบๆ
ในคอกม้าของสำนักศึกษามีม้าประมาณสามถึงสี่ร้อยตัว แต่ที่นอกเมืองมีหมู่บ้านที่เชี่ยวชาญการเลี้ยงม้า หากสำนักศึกษามีความจำเป็นต้องใช้ม้า พวกเขาจะส่งม้าจากหมู่บ้านมาเมื่อใดก็ได้
ส่วนม้าสามร้อยกว่าตัวนี้ปกติแล้วใช้ในการเรียนขี่ม้ายิงธนูซึ่งมีไม่มาก แต่ละครั้งก็แบ่งๆ กันใช้ซึ่งถือว่าเพียงพออยู่
“นางชื่ออะไร” เมิ่งจี๋ฟังมองซย่าหย่าอวิ๋นแล้วเอ่ยถาม
“นางคือเซี่ยเฉียว?” ยังมีคนไม่รู้จักนางอีกหรือนี่
“เซี่ยเฉียวเป็นใครล่ะ” เมิ่งจี๋ฟังหันศีรษะกลับมาด้วยความสงสัย มีคนเก่งๆ ในสำนักศึกษานี้ที่เขาไม่รู้จักด้วยหรือ
“พี่เมิ่ง เซี่ยเฉียวเพิ่งจะมาเรียนที่สำนักศึกษาได้ไม่นาน นางเป็นลูกสาวของเซี่ยหนิวซาน เป็นพวกอายุสั้นที่หมอหลวงลงความเห็นแล้วว่าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน” เรื่องนี้ไม่