ล้วก็ยกเท้าเดินไป
พอเดินไปถึงข้างหน้า และมองเห็นตัวอักษรที่อยู่ข้างบนกระดาษ…
ตัวอักษรไม่ได้สวยมาก แต่ก็ไม่นับว่าแย่ จะเห็นได้ว่ามีพื้นฐานอยู่บ้าง นับว่าถูกต้องไม่มีข้อผิดพลาด
แต่เซี่ยเฉียวกลับถอนหายใจ
การขีดเขียนที่ละขีดทีละเส้นอย่างบรรจงเช่นนี้ทำให้นางเหนื่อยอยู่บ้าง หากสามารถเขียนอักษรหวัดได้ก็ดีสิ
เพียงแต่อักษรหวัดนั้นดูยโสอวดดีและเรียกร้องความสนใจมากเกินไป ดังนั้นนางจึงฝึกฝนเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
เป็นมนุษย์ก็ต้องรู้จักถ่อมตน
สวีเหมี่ยนมองข้ามตัวอักษร แล้วเริ่มดูเนื้อหา
ยิ่งดู…
ยิ่งตกใจ…
ไม่ขาด ไม่ตกหล่นไปแม้สักคำ?!
“เจ้า เคยอ่านภาษาสันสกฤตบทนี้มาก่อนใช่หรือไม่!” อาจารย์สวีเอ่ยถามออกไปโดยสัญชาตญาณ
หากไม่อย่างนั้น เป็นไปได้หรือที่เด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกปีคนหนึ่งจะรู้จักภาษาสันสกฤตดีขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติ!
“เคยเจ้าค่ะ เคยท่องมาเล็กน้อย” เซี่ยเฉียวยิ้มตอบคำถามไปตามน้ำ
“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงท่องอะไรพวกนี้ไปทำไม” อาจารย์สวีก็งุนงงในทันใด
“ท่านอาจารย์กล่าวไว้ไม่ใช่หรือเจ้าคะว่าภาษาสันสกฤตส่วนใหญ่ใช้ในพระคัมภีร์ การอ่านพระคัมภีร์มากๆ จะช่วยให้จิตใจสงบ และสามารถคัดลอกเพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้อาวุโสได้” เซี่ยเฉียวใช้คำพูดของเขาเองมาตอบคำถาม คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
อาจารย์ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
แม่นางผู้นี้ปากคอเราะราย นางรู้จักตบหน้าเขาด้วยคำพูดของเขาเอง!