รุ่งนี้เขาจะผ่านด่านเคราะห์ ให้ศิษย์ของอารามมังกรผงาดอย่าได้เดินไปมาส่งเดช
วังเฉินได้ยินก็ดีอกดีใจนักและรีบไปแจ้งเรื่องนี้ในทันที ไป๋จีนอนหมอบอยู่กับพื้นพลางมองเจียงฉางเชิงด้วยความเคารพยำเกรง ‘จะบรรลุขั้นจริงๆ หรือ’ มันคิดว่าเจียงฉางเชิงจะต้องอยู่ในระดับขั้นที่สูงกว่าขั้นกายาทองคำ แล้วเวลานี้ยังจะบรรลุขั้นขึ้นไปอีก… มันไม่กล้าจินตนาการเลย
ฮวาเจี้ยนซินที่อยู่กับเจียงเจียนก็ตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน เพราะนางเองก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่าเวลานี้เจียงฉางเชิงแข็งแกร่งเพียงใด นางคิดว่าการที่ตนเองได้ติดตามเจียงฉางเชิงจะต้องเป็นเพราะได้รับความเมตตาจากสวรรค์ หากไม่มีเจียงฉางเชิงนางจะต้องตายไปแล้ว จะไม่มีทางได้กลายเป็นมารดาของฮ่องเต้ ไม่มีทางได้มีชีวิตที่มีความสุขเช่นทุกวันนี้ และไม่มีทางมีพลังยุทธ์เช่นทุกวันนี้
ก่อนนางได้พบกับเจียงฉางเชิง นางเป็นเพียงองครักษ์ชุดขาวคนหนึ่ง ได้แค่ทำงานอยู่ในที่มืด ไม่อาจแต่งงานมีครอบครัวได้ชั่วชีวิต จนกว่าจะตายลงในภารกิจลับที่ฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาหนใดหนหนึ่ง นางตระหนักดีว่านางไม่อาจอยู่กับเจียงฉางเชิงได้ตลอดไป ฉะนั้นนางจึงทะนุถนอมทุกๆ วันในตอนนี้
ข่าวเรื่องเจียงฉางเชิงกำลังจะผ่านด่านเคราะห์อสนีบาตแพร่ไปทั่วภายในอาราม ทำให้ศิษย์ทุกคนตื่นเต้นยินดีเพราะในใจของพวกเขาท่านนักพรตเป็นดั่งเช่นเทพ
มหันตภัยอสนีบาตเหนือเขามังกรผงาดเดือนลาลับตะวันโผล่ วันรุ่งขึ้นมาถึง มีผู้ทำบุญมาพ