จียงเจียนกระโดดลงมาจากเตาหลอมในทันทีแล้ววิ่งเหยาะๆ มาหาฮวาเจี้ยนซินอย่างว่าง่ายยิ่ง เขาเหลือบตามองเจียงฉางเชิงอย่างระมัดระวัง เมื่อสังเกตเห็นว่าเจียงฉางเชิงก็กำลังมองตนเองอยู่ ใบหน้าน้อยๆ ก็แดงขึ้นทันทีและรีบหันหน้ากลับไป
‘เจ้าหนูนี่…’ เจียงฉางเชิงอดเอื้อมมือไปหยิกแก้มเขาไม่ได้ ทำเอาเขาตกใจและเข้าไปในอ้อมแขนของฮวาเจี้ยนซิน “วันหน้าให้เขามาฝึกวิชากับข้าเถิด บอกจื่ออี้ว่าให้เด็กคนนี้มาอยู่กับข้าเสียที่นี่” เจียงฉางเชิงเอ่ยทั้งหัวเราะเหอะๆ
ฮวาเจี้ยนซินได้ยินก็ยิ้มหน้าชื่นตาบาน นางกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะแม้เจียงจื่ออี้จะมีทายาทมากมายแต่ไม่มีใครที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากเจียงฉางเชิงอย่างจริงแท้เลย ในโลกใบนี้การถ่ายทอดวิถียุทธ์และการถ่ายทอดสายเลือดมักจะตัดกันไม่ขาด
นับแต่นั้นในเรือนพักแห่งนี้ก็มีเด็กเล็กมาเพิ่มอีกหนึ่งคน ฮวาเจี้ยนซินกลับเข้าวังไปแจ้งเรื่องนี้ต่อเจียงจื่ออี้ เจียงจื่ออี้ย่อมไม่คัดค้านและเขาก็ตั้งตารอให้เป็นเช่นนี้ด้วย ส่วนพระมารดาของเจียงเจียนก็ดีใจเช่นกัน การได้รับการถ่ายทอดวิชาจากมรรคาจารย์แห่งต้าจิ่ง วันหน้าจะสุขสงบไปชั่วชีวิต เรื่องการห้ำหั่นกันเองระหว่างพี่น้องของราชสกุลเจียงก็มิใช่ความลับใด ตัวนางเองก็เป็นกังวลในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเจียงฉางเชิงก็อนุญาตให้นางมาเยี่ยมเจียงเจียนที่อารามมังกรผงาดได้เป็นประจำ
ไม่นานนัก เหล่าศิษย์ของอารามมังกรผงาดก็รู