่ว์ยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้ เห็นได้ชัดเจนว่านางกลัวจริงๆ
“ท่านเป็นคนซ่อนสิ่งนี้ไว้หรือ โปรดไปยังศาลาว่าการด้วย!” ผู้ตรวจการเอ่ยตรงไปตรงมา
“ข้าเกรงว่าคงไม่ได้” เซี่ยเฉียวเข้าไปในห้องแล้วนั่งลงดื้อๆ
“พี่หญิง!? ไม่ได้จะจับท่านหรอก เพียงแค่ให้ท่านบอกเบาะแสของกระดูกชิ้นนี้ก็เท่านั้น” เผยหว่านเย่ว์กล่าวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
หลูซื่อขมวดคิ้ว รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
วันนี้ลูกสาวนางทำเกินไป
ในอนาคตเราทั้งหมดล้วนต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน และตอนนี้มันก็วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าใครจะร่ำรวย ใครจะเสียหาย สุดท้ายแล้วชื่อเสียงทุกคนก็ย่อมจะเสียตามไปด้วย
ยังโชคดีที่เซี่ยเฉียวผู้นี้เติบโตมาจากข้างนอก
“เฉียวเอ๋อร์ เจ้าฟังแม่ ไปที่ศาลาว่าการ แค่พูดสิ่งที่เจ้ารู้ไปเท่านั้น” หลูซื่อเอ่ยขึ้นมา
“ให้ข้าพูดหรือ” เซี่ยเฉียวพูดด้วยใบหน้าเย็นชา “หากต้องการตรวจสอบตัวตนของศพ และหาสาเหตุการตาย? ข้าทราบดีอยู่แล้ว ทางการไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีก?”
“ท่านพี่…เมื่อครู่พี่ชายคนหนึ่งเพิ่งบอกว่านี่เป็นศพไร้ชื่อ” เผยหว่านเย่ว์กล่าว
“เมื่อวานเป็นแค่ศพไร้ชื่อ จู่ๆ วันนี้ข้าก็เกิดจำขึ้นมาได้แล้ว” เซี่ยเฉียวพูดอย่างเย็นชา
“เฉียวเอ๋อร์ เจ้าอย่าทำให้เรื่องวุ่นวาย!” หลูซื่อพูดด้วยความโกรธ
เซี่ยเฉียวไม่ต้องการมากความกับผู้ตรวจการ ดังนั้นนางจึงพูดไปตรงๆ ว่า “นามสกุลของเขาคือลู่ ลู่เฉวียนหลิน ปีนี้…อายุย่างสามสิบแปด เมื่อครึ่งปีที่แล้ว เขาออ