อยก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวขึ้นอีก
เผยหว่านเย่ว์เกือบจะเป็นลม ร่างกายของนางเย็นเฉียบไปหมด
ผีกำรอบคอของนางไว้
นางรู้สึกว่าหัวใจกำลังเต้นแรง และกลัวจนหายใจไม่ออก
หลูซื่อก็ตกใจมาก จนตัวแข็งทื่อไป
“ตาย คนตายแล้ว คนตายแล้ว!” เผยหว่านเย่ว์ตะโกนออกมาอย่างสติแตก
ทันทีที่หลูซื่อได้ยิน นางก็รีบปิดปากลูกสาวเอาไว้ทันที แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
เป็นโครงกระดูกแล้วเช่นนี้ ตายมาอย่างไร
ทันทีที่ความคิดนี้ออกมา หลูซื่อก็คิดขึ้นในใจ หรือว่า…ศพนี้เซี่ยเฉียวฆ่าเขามาก่อนหน้านี้ แล้วตอนนี้นางต้องการนำกลับไปที่เมืองหลวงด้วย?
แต่มันก็ไม่สมเหตุสมผล…ใครจะอยากเอาศพไปฝังในบ้าน ผู้หญิงแบบใดกันที่ทำเช่นนี้ได้
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว หลูซื่อจึงทำได้เพียงปลอบลูกสาวของตนเอง
คนในโรงเตี๊ยมรีบวิ่งมา
หลังจากที่องครักษ์โจวได้รับคำสั่ง เขาก็นำคนมาล้อมห้องเอาไว้ แล้วเข้ามาถามไถ่ “ใครเป็นคนตะโกน เกิดอะไรขึ้นหรือ”
น้ำตาของเผยหว่านเย่ว์ร่วงหล่นลงมากระทบพื้น นางตอบเสียงสะอึกสะอื้น “พี่ พี่หญิง มีศพอยู่ในหีบห่อของพี่หญิง…”
องครักษ์โจวมองไปยังหีบห่อนั้น
เอ่อ…
เขาตกตะลึง
“เจ้าคือน้องสาวแม่นางเซี่ยใช่หรือไม่” องครักษ์โจวถามนิ่งๆ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นกระดูกนี้
ในเวลานี้ ดวงตาของผีแดงก่ำคล้ายเลือด
โกรธอย่างมาก
มีลมกระโชกแรงพัดผ่านห้องโถงไป
“ก็คือ ก็คือพี่หญิง…นางเป็น นางเป็นคนฆ่าใช่หรือไม่…ช่างน่ากลัว น่ากลัวเหลือเกิน!” เผยหว่านเย