้องท่านให้กลับมาราชส านักอีกครั้ง ช่วยเหลือบ้านเมืองต้าซุ่นต่อไป”โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดว่าค าพูดสุภาพของตนเองจะท าให้หนานอวี่เข้าใจผิดชายหนุ่มปฏิเสธทันควันว่า “สกุลโม่ของพวกข้าผ่านเรื่องเหล่านี้มาแล้ว พวกข้ามองเห็นถึงความไม่จีรังของต าแหน่งขุนนางและเงินทองมากมาย ตอนนี้ครอบครัวของพวกข้าใช้ชีวิตอยู่ที่ซีเป่ยอย่างมีความสุข ไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับราชส านักอีก”อาจกล่าวได้ว่าน ้าเสียงการปฏิเสธของเขานั้นหนักแน่นมาก ไม่เปิดโอกาสให้หนานอวี่โต้แย้งแม้แต่น้อยแต่เดิมหนานอวี่ยังมีความหวังเล็ก ๆ ที่จะให้โม่จิ่วเยี่ยกลับคืนสู่ราชส านัก แต่ตอนนี้เขาสามารถยืนยันได้แล้วว่าการโน้มน้าวอีกฝ่ายนั้นเป็นเรื่องยาก
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่รีบร้อน จะใช้ความจริงใจแลกใจกับอีกฝ่ายโม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ความคิดในใจของหนานอวี่ อีกทั้งเขาก็ไม่สนใจรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่จ าเป็นต้องถามก็รู้ว่าหนานอวี่กลับมาและค านับพวกข้าอย่างนอบน้อม แสดงว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาและด าเนินไปอย่างราบรื่นสิ่งที่เขาต้องการจะพูดตอนนี้คือเรื่องการแก้แค้นให้สกุลโม่แม้ว่าการที่จักรพรรดิซุ่นอู่ออกค าสั่งให้ริบทรัพย์และเนรเทศสกุลโม่จะเป็นเรื่องที่น่าโมโห แต่เมื่อค านึงถึงหนานรุ่ยกับหนานอวี่แล้วตอนนี้เขาจึงไม่สามารถท าอะไรกับอีกฝ่ายได้อีกหากมองในแง่ดี แม้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะมีความคิดจะจัดการกับคนสกุลโม่ แต่สุดท