ักดังนั้นเขาจึงรวบรวมความกล้าออกมาพูดว่า“องค์จักรพรรดิ เมื่อครู่นี้คุณชายเฟ่ยและองค์ชายหนานรุ่ยเป็นคนน ากองก าลังมาช่วยพระองค์จากอันตราย บัดนี้คนส่วนใหญ่ที่เหลือจากตระกูลเซวียก็ถูกจับกุมไปแล้ว พระองค์เห็นว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะโง่งมอยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นครองบัลลังก์มาหลายปีเขาเข้าใจถึงความส าคัญที่เร่งด่วน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ออกมาพูดก็คือเสนาบดีเฮ่อส าหรับตัวเสนาบดีเฮ่อ เขายังคงไว้วางใจ ไม่ว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายก็ไม่เคยเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยังคงรักษาจิตใจที่ภักดีต่อราชส านักเสมอมาเมื่อครู่เขาก็ก าลังโมโหเพราะเหล่าขุนนางที่มาขอร้องให้หนานฉีจึงพูดเช่นนั้นไปตอนนี้มีเสนาบดีเฮ่อออกหน้า จึงถือโอกาสนี้ยอมถอยให้“หึ วันนี้เราจะปล่อยพวกเจ้าไปก่อน หากกล้าขอร้องเพื่อหนานฉีอีก ก็ระวังหัวของพวกเจ้าไว้ให้ดี”
หลายคนรู้สึกเหมือนได้รับการอภัยโทษ แม้ในใจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่ค าเดียว ได้แต่ก้มหน้ายืนอยู่ข้าง ๆ ท าตัวเหมือนนกกระทาจักรพรรดิซุ่นอู่กวาดสายตา ในที่สุดก็จับจ้องไปทางจักรพรรดินีและเสนาบดีเซวียตอนนี้เสนาบดีเซวียรู้ดีว่าตนเองหมดโอกาสแล้ว ไม่มีอะไรให้แก้ตัวได้อีก คนอื่นอาจไม่รู้ แต่จักรพรรดิซุ่นอู่รู้ดีที่สุดว่าครั้งหนึ่งตนเองเคยไปที่ห้องลับและใช้ชีวิตของพระพันปีมาข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายส่งมอบตราแผ่นดินหยกตอนนี้สถานการณ์พลิกกลับแ