ม้แต่น้อยในขณะที่จักรพรรดินีก าลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด มีคนวิ่งมาส่งข่าวอย่างร้อนรน“ทูลจักรพรรดินี มีกองก าลังเสริมจ านวนมากมาจากที่ไหนไม่รู้ตอนนี้บุกเข้ามาในวังแล้วขอรับ”จักรพรรดินีลุกพรวดขึ้นยืน“เจ้าว่าอะไรนะ พูดให้ข้าฟังอีกครั้ง”อัครเสนาบดีเซวียก็เช่นกัน จ้องมองผู้ส่งสารด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อผู้ส่งสารไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแต่เห็นแววตาดุร้ายของจักรพรรดินีจากหางตา เขาตกใจจนเกือบล้มลง อย่างไรก็ตาม เขายังคงฝืนใจพูดทวนค าพูดเมื่อครู่อีกครั้งทันทีที่ผู้ส่งสารพูดจบ ถ้วยชาที่จักรพรรดินียกขึ้นก็ถูกขว้างใส่ศีรษะของเขาอย่างแรงผู้ส่งสารเอามือกุมหน้าผาก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงต่อมาจักรพรรดินีก็ตะโกนไปทางประตู“พวกเจ้าทั้งหมด ตามข้าออกไปด้วยกัน ข้าอยากเห็นว่าองค์ชายที่ไร้ค่าทั้งสองมีดีอะไร ถึงกล้าพาคนบุกเข้ามาในวังหลวง”
ส าหรับเรื่องนี้อัครเสนาบดีเซวียก็ไม่ได้คัดค้าน เขาไม่เชื่อหรอกว่าแค่องค์ชายสองคนกับทหารส่วนตัวเพียงไม่กี่คนจะสามารถพลิกแผ่นดินได้ในไม่ช้า รอบ ๆ ต าหนักเฟิ่งซีก็มีกองก าลังมารวมตัวกัน คาดว่ามีไม่ต ่ากว่าสองพันคนโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเห็นอัครเสนาบดีเซวียนั่งอย่างมั่นคงอยู่ตรงนี้ ในใจก็รู้สึกตกตะลึงไม่น้อยช่างเป็นจิ้งจอกแก่จริง ๆ ถึงกับใช้ตัวแทนไปรับเคราะห์แทนตัวเองแล้วอย่างไร?สุดท้ายก็หนีไม่พ้นค าว่าตายเพียงแต่ตอนนี้พวกเขาไม่อยากลงมือแล้ว เมื่อครู่ยิงปืนเข้าหัวตัวแท