ด้วยเหตุนี้ ผู้คนมากมายจึงรู้ว่าตราแผ่นดินหยกของจักรพรรดิซุ่นอู่เก็บไว้ในต าหนักบรรทมของเขาเมื่อครู่ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน ตรวจดูต าหนักบรรทมของจักรพรรดิซุ่นอู่ พวกเขาไม่พบร่องรอยของตราแผ่นดินหยก จึงคิดว่าคงถูกจักรพรรดินีเก็บไปแล้วไม่คาดคิดเลยว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะยังเก็บง าเรื่องนี้ไว้ น่าแปลกที่ฝ่ายจักรพรรดินีควบคุมราชส านักได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่กลับยังไม่มีการเคลื่อนไหวขั้นต่อไปบางทีจักรพรรดินีอาจหงุดหงิดมากขึ้นเพราะหาตราแผ่นดินหยกไม่พบเสียที่เขาก็รู้ว่าเรื่องที่ไม่มีข่าวคราวจากเสี่ยวหลิวนั้น ไม่ใช่ความผิดของจางเต๋อฝู “พอเถอะ เจ้าลุกขึ้นได้แล้ว! บอกข้ามาซิว่าเจ้าสืบเรื่องตราแผ่นดินหยกได้ความคืบหน้าอย่างไรบ้าง”จางเต๋อฝูมีเหงื่อผุดที่หน้าผากอีกครั้ง เขาพูดอย่างหวาดกลัวว่า“กราบทูล… จักรพรรดินี กระหม่อมไร้ความสามารถ เพื่อข่มขวัญองค์จักรพรรดิ กระหม่อมสั่งให้คนพาฉีฉางซุนไป แต่ถึงอย่างนั้นองค์จักรพรรดิก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมพูดอะไรเลย…”จักรพรรดินีโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน ก าหมัดแน่น
“หึ! ไม่นึกเลยว่าเขาจะอ่อนแอไร้ความสามารถมาทั้งชีวิต แต่พอถึงเวลานี้กลับแข็งแกร่งขึ้นมาได้”เมื่อกล่าวจบ นางก้าวเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว“วันนี้ข้าจะไปพบเขาด้วยตัวเอง ดูสิว่ากระดูกของเขาแข็งขึ้นมาตอนไหน”จางเต๋อฝูเห็นจักรพรรดินีเดินไปที่ประตู จึงรีบเรียกขันทีหลายคนให้ตามไปด้วยเมื่อเดินมาถึงประตู ก็มี