เมิ่งไห่หนิงมาถึงที่เกิดเหตุ เขาเห็นได้ว่าเจ้าเมืองแทบจะเสียสติไปแล้วเมื่อเห็นเมิ่งไห่หนิง เจ้าเมืองลืมที่จะวางท่าต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา พูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือว่า“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านดูสิ ท่านดูสิ นี่จะท าอย่างไรดีเล่า?”เมิ่งไห่หนิงก็แสร้งท าเป็นตกใจเช่นกัน“ท่านเจ้าเมือง เหตุใดจึงมีคนตายมากมายเช่นนี้?”“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าก าลังนอนหลับอยู่ก็มีคนมาเรียกให้มาที่นี่…”ในขณะนี้ เจ้าเมืองรู้สึกว่าตนเองปวดหัวอย่างหนัก หากมีผู้ใดสามารถช่วยจัดการเรื่องนี้แทนเขาได้ เขายินดีที่จะเชื่อฟังอย่างว่าง่ายเมิ่งไห่หนิงมองออกถึงความคิดของเขา หลังจากแสดงท่าทีครู่หนึ่งจึงเตือนว่า “ท่านเจ้าเมืองขอรับ เกิดเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้สมควรรายงานต่อราชส านักหรือไม่?”ค าพูดนี้ส าหรับเจ้าเมืองแล้วเสมือนเป็นการเปิดประตูความคิด
“เจ้าพูดถูก ต้องรายงาน รายงานต่อราชส านัก” เจ้าเมืองเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากแล้วถามต่อ “แต่ว่ามีคนตายมากมายเช่นนี้ แม้จะรายงานไปยังราชส านัก ก็ต้องมีค าอธิบายไม่ใช่หรือ?”“ท่านหมายความว่า อยากสืบหาตัวคนร้ายก่อนแล้วค่อยรายงานหรือ?” เมิ่งไห่หนิงกล่าวด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย แต่ในใจกลับเยาะหยันความไร้ความสามารถของเจ้าเมืองการที่สามารถนั่งต าแหน่งเจ้าเมืองได้ ต้องไม่ใช่คนโง่เขลา แต่การที่เผชิญกับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ การที่เจ้าเมืองจะตกใจจนท าอะไรไม่ถูกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหลังจากพูดคุยกับเมิ่งไห่หนิงไปสอ