าอย่างช้าที่สุดคนของจักรพรรดินีก็คงจะมาถึงที่นี่ในเวลาสามวันเมื่อโม่จิ่วเยี่ยออกมา เขาได้น ากล้องส่องทางไกลขนาดเล็กจากพื้นที่มิติของภรรยาติดตัวมานอกจากนี้เขายังพาเสี่ยวไป๋มาด้วยเพราะเขาพบว่าเสี่ยวไป๋สามารถเข้าใจค าพูดของเขาได้จริง ๆในเวลาเช่นนี้ เสี่ยวไป๋จะสามารถช่วยเหลือได้มากหลังจากซุ่มตัวเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เรียกเสี่ยวไป๋มา“เสี่ยวไป๋ เจ้าจงบินไปทางเมืองหลวง แล้วบินวนอยู่ในรัศมีร้อยลี้หากพบผู้ใดน่าสงสัย ให้รีบกลับมาแจ้งข้าโดยด่วน”
“พึ่บ ๆ ๆ …” เสี่ยวไป๋กระพือปีกสองสามที่ เป็นการบอกว่ามันเข้าใจแล้ว จากนั้นก็บินสูงขึ้น มุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงหลังซุ่มอยู่สามวันกลับยังไม่พบเห็นใครน่าสงสัยเลย เสี่ยวไป๋เองก็ไม่มีข่าวอะไรกลับมาแจ้งเช่นกันพี่รองรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง เขาเรียกพี่น้องของตนมารวมตัวกัน แล้วกล่าวเสียงทุ้มว่า “ตอนนี้เวลาที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ก็ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว รอคอยเช่นนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย”“แล้วเจ้าคิดจะท าอย่างไร?” พี่ใหญ่ถาม“ข้าตั้งใจจะไปสืบข่าวทางเมืองหลวงเอง” พี่รองกล่าวพลางมองโม่จิ่วเยี่ย“น้องเก้า ไม่ใช่ว่าพี่รองจะต าหนิเจ้า แต่เจ้าไว้ใจนกตัวหนึ่งมากเกินไปหรือไม่ แม้มันจะมีสติปัญญา จนส่งจดหมายได้ แต่การสืบข่าวเป็นเรื่องใหญ่ เจ้าวางใจมันได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากเสี่ยวไป๋ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แค่บินออกไปเที่ยวเล่นสองสามวัน พวกเราเฝ้ารออยู่ที่นี่โดยไม่ได้รับข