ึกถึงว่าลูกชายและลูกสาวยังหิวอยู่ เขาผู้เป็นพ่อก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาแต่ทันทีที่เขาเปิดประตูห้อง ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เบา ๆ จากในลานบ้านฮูหยินผู้เฒ่าที่อุ้มหมิงจูกลับมาอย่างรีบร้อน “จิ่วเยี่ย หร่านหร่านตื่นแล้วหรือยัง หมิงจูคงจะหิวแล้ว ร้องไห้งอแงไม่หยุด”
ในเวลาเดียวกัน เฮ่อฮูหยินก็อุ้มจู้เอ้อร์ออกมาจากห้องด้านข้าง“ข้าเห็นว่าจู้เอ้อร์ก็คงจะหิวแล้วเช่นกัน แม้จะไม่ร้องไห้ แต่ปากน้อย ๆ ก็ขยับไม่หยุด”โม่จิ่วเยี่ยตั้งใจว่าจะอุ้มเด็กทั้งสองคนกลับห้อง แล้วเข้าไปในพื้นที่มิติ พร้อมกับภรรยาเพื่อป้อนนมผงแต่ผลคือเมื่อเขารับจู้เอ้อร์มาจากอ้อมแขนของแม่ยาย เขากลับรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที่ เด็กน้อยตัวนุ่มนิ่มเช่นนี้ เขากลัวว่าจะอุ้มผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจหากต้องอุ้มหมิงจูพร้อมกันด้วย เกรงว่าเขาจะเดินไม่ได้เสียด้วยซ ้าด้วยความจ าใจ โม่จิ่วเยี่ยจึงต้องให้ท่านแม่อุ้มหมิงจูต่อไป แล้วพากันกลับห้องพอดีเฮ่อฮูหยินก็อยากไปดูบุตรสาวด้วย จึงเดินตามหลังแม่ลูกคู่นั้นเข้าไปขณะนั้นหมิงจูยังคงร้องไห้ไม่หยุด ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นเฮ่อจือหร่านลุกขึ้นนั่งแล้ว จึงรีบส่งเด็กน้อยไปยังอ้อมอกของนาง “หร่านหร่านหมิงจูคงจะหิวแล้ว เจ้ารีบให้นมเร็วเข้า”ที่จริงแล้ว ตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนที่เฮ่อจือหร่านจะคลอด ฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้แนะน าให้จ้างแม่นมมา
แต่ผลลัพธ์กลับถูกเฮ่อจือหร่านปฏิเสธไปเหตุผลนั้นง่ายมาก นางหวังว่าจะสามารถให้นมลูกทั้งสองด้