มดแล้ว เขารู้ว่าตนเองไม่มีทางหนีรอด
สาเหตุที่หอชุมดาราส่งเขามาก็เพราะว่าวิชาตัวเบาของเขาเป็นเอกอุในสิบสำนักหลังบัลลังก์ เขาคิดว่าต่อให้อีกฝ่ายเป็นขั้นกายาทองคำที่เร้นกายจากโลกจริงๆ ตนเองก็ยังมีโอกาสหนีรอดไปได้
ไฉนเลยจะคิดว่าอีกฝ่ายเตะทีเดียว เขาจะใช้กำลังภายในไม่ได้เช่นนี้
ยามเขาหวนนึกถึงลูกเตะเมื่อครู่นั้น แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังขวัญผวา ฝึกยุทธ์มาหลายสิบปี เขาไม่เคยสัมผัสความน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
บุรุษอาภรณ์ดำเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราด “นักพรตปีศาจฉางเซิง แม้นวันนี้ข้าสิ้นชีพ แต่สิบสามรัฐแห่งนี้ ไม่มีวันเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว!”
เขาลุกพรวดขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่เจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงยืนอยู่บนชายหลังคา เหนือศีรษะคือดวงจันทร์สว่างไสว เขาดูประหนึ่งเทพเซียน สูงส่งและมิอาจต่อต้านขัดขืน
บุรุษอาภรณ์ดำเหินร่างขึ้นจากพื้น แล้วล้วงกริชเล่มหนึ่งออกมาจากข้างเอว ความเร็วของเขาเพิ่มพรวดอย่างฉับพลันประหนึ่งร่างกายหายวับไปกับอากาศ แต่มีเพียงเจียงฉางเซิงเท่านั้นที่มองเห็นชัดเจนว่าเขาเพิ่มความเร็วขึ้น
เจียงฉางเซิงยกมือขึ้นอีกครั้ง เขายิงดัชนีปราณออกมา พลังวิญญาณกลายเป็นแสงเย็นเยียบพุ่งเข้าสังหาร ทะลวงผ่านหน้าผาก