ส าหรับเมิ่งไห่หนิงการกินเผ็ดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไปเขาเคยกินเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานของสกุลโม่มาหลายครั้งแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ในอดีตเมื่อมาที่นี่ อาหารในบ้านก็มักจะมีรสเผ็ดที่ท าให้คนติดใจอยู่ตลอดแต่ว่าวัตถุดิบสีเขียว ๆ ที่มีรสเผ็ดเช่นกันนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกโม่ชูหานปกติมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากที่สุด จึงต้องดูแลเอาใจใส่มากหน่อยดังนั้น เขาจึงเป็นฝ่ายเริ่มต้นอธิบายให้เมิ่งไห่หนิงเข้าใจ“นี่คือพริกที่พวกเราปลูกเองที่บ้าน น้องสะใภ้เก้าบอกว่า ตอนที่พริกเพิ่งสุกใหม่ ๆ จะมีสีเขียว อีกไม่กี่วันก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อตากแห้งแล้วก็จะกลายเป็นเครื่องปรุงรสพริกที่ใช้ในเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน”ในความเข้าใจของเมิ่งไห่หนิง พริกที่สกุลโม่ใช้นั้นล้วนได้มาจากชาวต่างชาติไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถปลูกผักชนิดนี้ได้ในซีเป่ยด้วยเมื่อนึกถึงการท ามาหากินของชาวบ้านในซีเป่ย เมิ่งไห่หนิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“เมื่อพริกสามารถเติบโตได้ในที่นี่ ประชาชนในเมืองอวิ่นก็นับว่าโชคดีแล้ว”ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงของเฮ่อจือหร่านก็ดังขึ้นจากทางประตู“คุณชายเมิ่งตั้งใจจะส่งเสริมการปลูกพริกใช่หรือไม่?”เฮ่อจือหร่านก าลังเตรียมตัวรับประทานอาหาร แต่ได้ยินอวี่เอ๋อร์บอกว่า เมิ่งไห่หนิงมาที่เรือนหลัก นางจึงวางตะเกียบลงแล้วตามหลังโม่จิ่วเยี่ยมาด้วยกันผลคือเพิ่งจะมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินว่ามีคนก าลังพูดถึงพริกข