ขาจะไปเด็ดมาให้ นางก็คงไม่ยอม“ได้ ข้าจะจูงมือเจ้า พวกเราค่อย ๆ เดินไปดูกัน”หลังมาถึงจุดหมาย เฮ่อจือหร่านก็ก้มตัวลงตรวจสอบรูปร่างของดอกไม้อย่างละเอียดดอกไม้มีสีขาวไปจนถึงสีส้มอ่อน กลีบดอกมีรูปร่างเรียวยาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดอกประมาณสองถึงสามเซนติเมตรเหมือนกับดอกเถี่ยกวนอินที่นางเคยเห็นในชาติก่อนไม่มีผิดชาติก่อนนางเคยติดตามหัวหน้ากลับบ้านเกิดหนึ่งครั้งครอบครัวของหัวหน้าเป็นคนสวนชา ตอนนั้นตรงกับฤดูที่ดอกเถี่ยกวนอินก าลังบานสะพรั่ง แม่ของหัวหน้าจึงเก็บมาให้ดูบ้างเนื่องจากดอกไม้ถูกปักอยู่ในแจกัน เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้เห็นว่าใบของมันเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม กลิ่นของดอกไม้นั้นยังคงอยู่ในความทรงจ าของนางอย่างแจ่มชัดเพื่อยืนยันว่าดอกไม้นี้เป็นดอกฉาฮวาหรือไม่ เฮ่อจือหร่านจึงก้าวเข้าไปใกล้และสูดกลิ่นเบา ๆกลิ่นหอมอ่อนผสานกับกลิ่นชาละมุนละไม“นี่แหละ เป็นกลิ่นนั้น”โม่จิ่วเยี่ยคอยมองการกระท าของนางอยู่ตลอด“หร่านหร่าน นี่คืออะไรหรือ?”เฮ่อจือหร่านยื่นมือเด็ดใบชาสองสามใบ แล้ววางไว้ตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ย“ท่านยังจ าชาที่ข้าเคยให้ท่านดื่มได้หรือไม่? ชานั้นก่อนจะถูกแช่น ้า มันเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ”“หร่านหร่าน เจ้าหมายถึงชาเถี่ยกวนอินใช่หรือไม่?”เมื่อพูดถึงชาเถี่ยกวนอิน ตอนหร่านหร่านให้เขาลองชิม ชายหนุ่มยังอดชื่นชมการคั่วชาที่แตกต่างนี้ไม่ได้อีกทั้งรสชาติของเถี่ยกวนอินยังถูกปากมาก ท าให้โม่จิ่วเยี่ยประทับใจ