ป็นมัดๆ รัศมีเยือกเย็นจางๆ แผ่ออกจากผิวกายของเขา นั่นคือปราณทรงพลังที่ฉาบอยู่ทั่วผิวกายซึ่งจะคอยปกป้องเนื้อหนังเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
เมื่ออยู่ต่อหน้าเจียงฉางเซิง ผิงอันก็เก็บปราณดุดันของเขาไปทันใด จากนั้นนั่งลงข้างๆ เจียงฉางเซิงอย่างว่าง่ายและเพลิดเพลินกับการให้เขาลูบศีรษะ
“เป็นอย่างไร เราไม่ได้ทำไม่ดีกับเขาใช่หรือไม่”
เจียงจื่ออวี้ในชุดลำลองยิ้มได้อกได้ใจ เมื่อกลับมาในบริเวณเรือนแห่งนี้เขาก็ไม่ได้คงท่าทีเฉกเช่นฮ่องเต้อีกต่อไป
ฮวงชวนเอ่ยทอดถอนใจว่า “นี่ก็คือเทวชนหรือ ช่างร้ายกาจจริงๆ แม้เขาไม่ได้ลงมือ ข้าก็ยังรู้สึกว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ลมปราณของเขาน่ากลัวเหลือเกิน ราวกับเปลวเพลิงร้อนแรงที่กำลังแผดเผาทีเดียว”
วั่งเฉินลูบใต้คาง กล่าวว่า “แม้จะบรรลุขั้นเทวชน แต่เขากลับผอมลงนะ”
ไป๋ฉีมองผิงอันอย่างหวาดกลัว มันไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ พากันบ่มเพาะคนสมองทึบคนหนึ่งให้เป็นเทวชน ไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะคลุ้มคลั่ง ควบคุมตัวไม่ได้บ้างหรือ
มาบ่มเพาะข้าสิ!
ไป๋ฉีริษยาหนักหนา
เจียงฉางเซิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ก็ไม่เลวนี่ ไม่ได้บาดเจ็บถึงชีพจรและกระดูกพื้นฐาน แข็งแกร่งกว่าพวกเทวชนที่ข้าเคยพบเสียอีก”
มีเพียงเซียว