เซวียจิ้นชวนเปิดโรงเตี๊ยมที่นี่และยังเปิดพร้อมกันถึงสองแห่ง คนที่สายตาเฉียบแหลมก็รู้ว่าไม่มีทางท าเงินได้ดังนั้น นี่จึงบ่งบอกได้ว่าตระกูลเซวียมีจุดประสงค์บางอย่างตามหลักแล้ว การที่หนานเหิงตายหรือสูญหายในต้าซุ่นไม่ใช่ความลับอะไรอีกต่อไป หากตระกูลเซวียไม่มีจักรพรรดินีกับอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายคอยหนุนหลัง คงอยู่ได้ไม่นานโดยเฉพาะองค์จักรพรรดินี หนานเหิงตายไปแล้ว นางย่อมไม่มีหลักประกันในการแย่งชิงอ านาจต่อไป ในเวลานี้ ตระกูลเซวียยังส่งเซวียจิ้นชวนมาเปิดโรงเตี๊ยมที่ซีเป่ยอีก โม่จิ่วเยี่ยอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับตัวเองไม่เพียงโม่จิ่วเยี่ยที่คิดแบบนี้ แต่ถังหมิงรุ่ยที่ได้ฟังก็คิดใแง่มุมนี้เช่นกัน เพราะเขาติดต่อกับคนสกุลโม่มานาน จึงเข้าใจเรื่องราวบางอย่างได้“พี่เก้า ท่านคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่คนจากจิงเซียนโหลวก าลังจะก่อเรื่อง? พวกเขามาเปิดโรงเตี๊ยมที่ซีเป่ย ย่อมต้องมาจัดการล่วงหน้า และแน่นอนว่าต้องสืบข่าวจากกลุ่มคนที่ท าการค้าแบบเดียวกัน”“ข้าก็เปิดโรงเตี๊ยม เถ้าแก่จินสามารถสืบได้ว่าข้าร่วมมือกับสกุลโม่ ดังนั้นคนของจิงเซียนโหลวก็คงจนรู้ได้ไม่ยาก และคนที่ใส่ร้ายข้า
ว่าจ้างวานฆ่าคนก็คือคนจากจิงเซียนโหลว เพื่อขัดขวางวิธีหาเงินของสกุลโม่”เขารู้ว่ารายได้ระยะยาวของสกุลโม่มีเพียงสองอย่าง คือการขายตุ๊กตากับเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานค าพูดของถังหมิงรุ่ย ตรงกับความคิดของโม่จิ่วเยี่ยเพียงแต