ท่านหมายความว่าในหมู่พวกเขามีคนที่รู้วิชาตีเหล็กหรือ?” โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมายของบิดาทันที่“หากข้าจ าไม่ผิด หลินหงคือคนที่ข้าช่วยมาจากเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจาก ชายแดนตะวันตก ตอนนั้นเขาเป็นลูกมือในโรงตีเหล็ก เพราะแอบขโมยซาลาเปาของเจ้านายไปกินลูกหนึ่ง จึงถูกทุบตีจนเกือบตายอยู่กลางถนน ตอนนั้นข้าเห็นเขาน่าสงสาร จึงยื่นมือช่วยเขาไว้ ดังนั้น ข้าคิดว่าคงไม่เป็นไรถ้าเรียกเขามาถาม”
แม้โม่ฉิงจะไม่เข้าใจเรื่องการตีเหล็ก แต่ก็พอรู้บ้างเล็กน้อย การตีแผ่นเหล็กไม่ใช่งานที่ต้องใช้ทักษะอะไรมาก และเขาเชื่อว่าหลินหงน่าจะท าได้ส่วนกลุ่มอดีตผู้ติดตามของเถาหราน โม่จิ่วเยี่ยยังคงเชื่อใจพวกเขาอยู่มาก“ท่านพ่อ ข้าจะไปตามหลินหงมาเดี๋ยวนี้”โม่จิ่วเยี่ยออกไปไม่นานก็พาหลินหงกลับมาด้วย ระหว่างทางเขาได้สอบถามจนเข้าใจแล้วว่าหลินหงเคยเป็นลูกมือมานาน และเพราะเขาถูกส่งไปยังร้านช่างตีเหล็กตั้งแต่เด็ก จึงได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆมากมายจากที่นั่นแต่อาจารย์ของเขาเป็นคนตระหนี่ และรังแกเขาเพราะเห็นว่าอายุน้อย จึงปฏิบัติต่อเขาในฐานะลูกมือมาตลอด แม้ว่าเขาจะท าผลงานที่ช่างฝีมือเท่านั้นที่ท าได้ในเมื่อพูดเช่นนี้ การตีแผ่นเหล็กของเขาก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่ในยุคนี้ เหล็กถูกราชส านักควบคุมอย่างเข้มงวด ช่างตีเหล็กในเมืองต้องยื่นค าขออนุญาตต่อทางการ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงจะเปิดร้านได้ไม่เพียงเท่านั้น วัตถุดิบเหล็กที่ร้า