เฮ่อจือหร่านสามารถกินอะไรก็ได้ตามใจชอบนางไม่ได้อยากกินเชอร์รีพวกนี้ แต่รู้สึกตื่นเต้นที่นางปลูกพวกมันส าเร็จ“ท่านแม่ รับมาดูสิเจ้าคะ นี่คืออิงเถาผลใหญ่ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน อร่อยมากเลย” เฮ่อจือหร่านไม่ได้เอ่ยชื่อเชอร์รี นางคิดว่าการเรียกมันว่าผลอิงเถาจะเข้ากับยุคนี้มากกว่าบนภูเขาหลายแห่งมีต้นเชอร์รีป่า การเรียกแบบนี้จะท าให้ผู้คนยอมรับได้ง่ายเฮ่อจือหร่านยกชายกระโปรงขึ้นแล้วเดินไปทางต้นเชอร์รีใหญ่ที่ใกล้ที่สุด เฮ่อฮูหยินรีบเข้าไปประคองนางไว้“หร่านหร่าน ให้แม่ท าเองเถอะ เจ้าคอยอยู่ตรงนี้”เฮ่อฮูหยินพูดจบก็รีบเดินอ้อมบุตรสาวไปทางต้นผลไม้เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตนเองไม่ควรท าอะไรเกินตัว เพราะจะท าให้คนในครอบครัวเป็นห่วง จึงยืนรออย่างว่าง่าย
เฮ่อฮูหยินคิดว่าบุตรสาวใจร้อนอยากกินอิงเถาผลใหญ่ จึงจะรีบเก็บมาให้นางสักหน่อยเฮ่อจือหร่านเห็นมารดาเด็ดเชอร์รีไปแล้วสองลูก จึงเอ่ยเสียงดังว่า “ท่านแม่ ลูกนี้อร่อยมากเลย ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ”เฮ่อฮูหยินไม่ค่อยสนใจสิ่งแปลกใหม่ แต่เมื่อเห็นบุตรสาวพูดเช่นนั้น นางก็ไม่อยากท าลายความตื่นเต้นของบุตรสาว จึงใช้ผ้าเช็ดมือเช็ดเชอร์รีแล้วหยิบใส่ปากหนึ่งลูกเฮ่อจือหร่านยิ้มพลางสังเกตสีหน้ามารดาคิ้วที่ขมวดอยู่ของเฮ่อฮูหยินค่อย ๆ คลายออก จากนั้นก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “หร่านหร่าน อิงเถาลูกใหญ่นี้อร่อยจริง ๆ”อร่อยยิ่งกว่าแตงโมและผลไม้อื่นที่เพิ่งกินไปเสียอีกพอพูดจบ เฮ่อฮูหยินก็รี