เกียรติข้าทั้งนั้น”เมืองมณฑล?ดูก็รู้ว่าเป็นแค่อันธพาลข้างถนน โม่จิ่วเยี่ยนึกไม่ออกเลยว่าเขาเคยไปมีเรื่องกับใครที่เมืองมณฑล เพราะเขาไม่เคยแม้แต่จะออกไปจากเมืองอวิ่นด้วยซ ้า“เจ้ามาหาเรื่องสกุลโม่ท าไม?”เพื่อให้ชายผู้นี้พูดความจริงออกมา โม่จิ่วเยี่ยจึงเพิ่มแรงบีบขึ้นอีกคุณชายรองร้องด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด“โอ๊ย…โอ๊ย…”ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ยอมอ่อนข้อลง“คุณชาย ไว้ชีวิตข้าด้วย พวกเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ พวกเราเป็นสหายกันได้นะ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากเสียเวลาพูดจาอ้อมค้อมกับคนประเภทนี้ จึงกล่าวอย่างร าคาญ “อย่าพูดมากความ ตอบค าถามของข้ามา”คุณชายรองมองแววตาเย็นเยียบของโม่จิ่วเยี่ย เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มตัวทันที่เขาเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้ายังไม่ยอมพูดความจริงออกมา เขาอาจจะต้องตายจริง ๆ“เป็นเถ้าแก่จิน… เถ้าแก่จินขอร้องให้ข้ามาเอาสูตรเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานจากสกุลโม่”แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้ว่าเถ้าแก่จินคือใคร แต่เมื่อได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน เขาก็เข้าใจในใจแล้วคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ถังหมิงรุ่ยใช้เนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน ท าให้กิจการโรงเตี๊ยมเติบโต จนส่งผลกระทบกับโรงเตี๊ยมอื่นแม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่รู้สึกเห็นใจเถ้าแก่จินแม้แต่น้อยการค้าขายต่างก็ต้องพึ่งพาความสามารถ การใช้วิธีสกปรกแบบนี้หลังจากที่ตัวเองพ่ายแพ้ ไม่ใช่สิ่งที่คนดีจะท าโม่จิ่วเยี่ยเข้าใจสถานการณ์โดยรวมแล