านมีเพียงพวกเขาสองคน ไป๋หลงก็ไม่อยู่แต่ไปงีบที่เนินเขาด้านหลังลาน ราวกับกำแพงเมืองสีขาวตั้งตระหง่าน ดูน่าเกรงขามนัก
เจียงฉางเซิงลูบหัวหมาป่าของมัน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ช่างเถิด ฝึกตนต่อดีกว่า หากหลงใหลในรูปรสของแดนมนุษย์ขึ้นมา จิตแห่งมรรคาก็จะสลายไป”
เขาไม่มีศัตรูในต้าจิ่งอีกแล้ว หากไปเสพสุขเกรงว่าจะหลงทางและลุ่มหลง อย่างไรเขาก็แค่ไร้ซึ่งศัตรูในต้าจิ่งเท่านั้น ยังมิได้ไร้ซึ่งศัตรูในใต้หล้าจริงๆ
ไป๋ฉีเบิกตาหมาป่าของมันจนโตแล้วกล่าวว่า“ ชีวิตมนุษย์มีแค่กี่ปีกัน ท่านแข็งแกร่งมากพอแล้ว ทะนุถนอมวันเวลาไว้เถิด”
เจียงฉางเซิงปรายตามองมัน เอ่ยอย่างมีนัยยะว่า “เจ้าคิดว่าเมื่อข้าตายแล้วก็จะครอบครองต้นไม้วิญญาณปฐพีแต่เพียงผู้เดียวใช่หรือไม่”
ไป๋ฉีทำตัวไม่ถูกรีบร้อนส่ายหัว
“สัตว์ปีศาจก็เพียงมีชีวิตอยู่นานกว่ามนุษย์เท่านั้น แต่ก็ต้องตายในไม่ช้าก็เร็ว ยอดปีศาจอายุพันปีในหล้านี้เป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น อย่างไรข้าก็ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย” ไป๋ฉีพูดอย่างจริงจัง
เจียงฉางเซิงหัวเราะร่วน “ในเมื่อเป็นเรื่องเล่า เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นความจริง หากตั้งใจบำเพ็ญเพียรให้ดี เจ้าอาจได้เป็นเรื่องเล่าคนต่อไป”
ไ