ขณะที่หลายคนหาไม่พบและเริ่มรู้สึกผิดหวัง โม่จิ่วเยี่ยก็หยุดการเคลื่อนไหวกะทันหัน“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่หก ถ้าข้าเดาไม่ผิด ตรงนี้น่าจะมีทางเข้า”เมื่อได้ยินเสียงของโม่จิ่วเยี่ย ทุกคนก็ล้อมเข้ามาโม่จิ่วเยี่ยชี้ไปยังจุดที่มือของตนสัมผัสแล้วกล่าวว่า “ตรงนี้ไม่ได้เรียบลื่นเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับผนังด้านอื่นแล้ว มันจะเว้าเข้าไปเล็กน้อย”เหล่าพี่ชายยื่นมือออกไปสัมผัสต าแหน่งนั้น รู้สึกเหมือนกันกับโม่จิ่วเยี่ยจริง ๆ“น้องเก้า เจ้าลองผลักดูสิ” พี่หกเสนอโม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า แล้วเริ่มออกแรงผลักจุดนั้นเบา ๆเดิมทีคิดว่าจะต้องใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่ แต่ไม่คาดคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยเพียงผลักเล็กน้อย แผ่นหินก็ขยับเสียงก้องกังวานดังขึ้นภายในห้องใต้ดินที่เงียบสงบเหล่าพี่น้องเห็นแผ่นหินตรงหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาคือทางเดินเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟส่องสลัวโม่จิ่วเยี่ยเดินน าเข้าไปก่อน ก็ยังคงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เผื่อว่าจะมีกับดักหรือสิ่งอันตรายซ่อนอยู่
ทางเดินกว้างขวางมาก พอให้คนสองคนเดินคู่กันได้พี่หกเดินมาอยู่ข้างกายโม่จิ่วเยี่ยอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งท่าระแวดระวังเช่นกันทางเดินยาวประมาณครึ่งวาและราบเรียบตลอดทางแต่ไม่น่าเชื่อว่า ขณะที่พวกเขาพี่น้องเดินไปจนสุดทาง กลับไม่พบกับดักใด ๆสิ่งเดียวที่แตกต่างคืออุณหภูมิที่ลดต ่าลงเรื่อย ๆหากกล่าวว่าอุณหภูมิเมื่อครู่เป็นฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงมาถึงตอนนี้ก