สมัยก่อนสิ่งที่ชนเผ่าหมานอี๋หวาดกลัวที่สุดก็คือบุรุษสกุลโม่แม้แต่ตอนที่พวกเขาคิดจะบุกโจมตีต้าซุ่น ก็จะเลือกช่วงเวลาที่สกุลโม่ก าลังปกป้องอยู่ที่ชายแดนหนานเจียงการเดินทางจากชายแดนหนานเจียงไปยังชายแดนตะวันตกต้องข้ามผ่านแผ่นดินต้าซุ่น กระทั่งการขี่ม้าเร็วก็ต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งเดือนผู้บุกรุกชนเผ่าหมานอี๋มักจะฉวยโอกาสในช่วงครึ่งเดือนนี้ โจมตีต้าซุ่นอย่างไม่ทันตั้งตัวจากการคาดเดาของสองพี่น้อง ชนเผ่าหมานอี๋คงได้ยินเรื่องที่สกุลโม่ถูกเนรเทศไปยังซีเป่ยแล้วแน่นอนไม่ต้องพูดถึงว่าพี่น้องคนอื่นของพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่เพียงแค่น้องเก้าคนเดียวก็เพียงพอจะท าให้ชนเผ่าหมานอี๋ทั้งหมดหวาดกลัวได้แล้วชนเผ่าหมานอี๋กังวลว่าบุรุษสกุลโม่จะรักบ้านเมืองมากเกินไป ต่อให้ถูกเนรเทศมาที่นี่ พวกเขาก็ไม่อยากเห็นดินแดนต้าซุ่นถูกรุกรานด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงฉวยโอกาสยุยงให้ชาวบ้านของชนเผ่าหมานอี๋มาปล้นสะดมหมู่บ้านซีหลิ่ง เพื่อสืบดูความเป็นไปของสกุลโม่เหตุผลนอกเหนือจากนี้ พวกเขาต่างก็คิดไม่ออกแล้ว
ตอนนี้ผู้คนในสกุลโม่ล้วนผิดหวังกับราชส านักต้าซุ่นอย่างสิ้นเชิงแล้ว การที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้ก็นับว่ายากล าบาก แล้วพวกเขาจะไปสนใจเรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?ทว่าสิ่งเหล่านี้มีเพียงคนสกุลโม่เท่านั้นที่รู้แจ้งในใจ ในสายตาของคนนอก บุรุษสกุลโม่ก็คือคนที่จงรักภักดีต่อบ้านเมือง เมื่อใดที่แผ่นดินตกอยู่ในอันตราย พวกเขาก็ย่อมไม่น