พิษชนิดนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกท าให้ข้าอดคิดไม่ได้ว่าเบื้องหลังของสกุลโม่ ต้องมีปรมาจารย์สักคนคอยช่วยเหลืออยู่แน่การที่สามารถน าพิษที่แม้แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อนออกมาใช้อีกทั้งยังสามารถถอนพิษกู่หุ่นเชิดในร่างของโม่จิ่นเหนียนได้ หากไม่มีปรมาจารย์คอยช่วยเหลือ ให้ตายเขาก็ไม่มีทางเชื่อเมื่อความรู้สึกคันบนร่างกายทวีความรุนแรงขึ้น ปรมาจารย์ซือเหมิงก็ไม่อาจคิดพิจารณาได้อีกต่อไปร่างกายของเขาบิดเบี้ยวราวกับหนอนที่ถูกไล่ล่า ดิ้นรนไม่หยุดหย่อน จนถึงขั้นรู้สึกอยากตายให้มันจบสิ้นกันไป“พวกเจ้าฆ่าข้าเสียเถอะ…ฆ่าข้าเสีย…อ้าก…คันเหลือเกิน…”โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จิ่นเหนียนยืนกอดอก มองปรมาจารย์ซือเหมิงที่ก าลังดิ้นทุรนทุรายด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีความสงสารใด ๆ ในแววตา เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้กระท าต่อสกุลโม่แล้ว การทรมานเช่นนี้ยังไม่สาสมด้วยซ ้าเห็นได้ชัดว่าบนหน้าผากของปรมาจารย์ซือเหมิงมีเหงื่อเริ่มผุดขึ้น แม้แต่เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลง
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าตอนนี้สติของเขาอ่อนแอกว่าเมื่อครู่มาก จึงฉวยโอกาสถามว่า “พูดมา ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าตอนนี้อยู่ที่ไหน?”ยามนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงตระหนักได้แล้วว่า สถานการณ์ของตนเองล าบากกว่าที่คิดเอาไว้มากนักโดยเฉพาะความรู้สึกคันคะเยอที่ร่างกายต้องทนรับ มันท าให้เขายิ่งเห็นความจริงข้อหนึ่งชัดเจนขึ้นว่าวันนี้เขามีทางเลือกเพียงสองทา