งมองโม่จิ่วเยี่ย พอเห็นว่าเขาแทบไม่ต่างไปจากอิ่งจือที่นอนอยู่บนพื้นจึงโยนเครื่องประทินทั้งหมดลงในอ่างทองแดง จากนั้นก็จุดไฟเผาขณะเดียวกัน เขาก็อธิบายให้โม่จิ่วเยี่ยฟังว่า
“ข้าท างานไม่ชอบให้ใครมาจับผิดได้ สิ่งของเหล่านี้เผาเสียอีกว่าถึงจะปลอดภัย”พอเห็นการกระท าของเฟ่ยหนานอวี่ โม่จิ่วเยี่ยรู้ก็สึกนับถือจากใจจริงคนที่มีจิตใจละเอียดรอบคอบเช่นนี้ ไม่แปลกที่จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ปราดเปรื่องในอนาคตแน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเขา เขาเพียงแค่นับถืออีกฝ่ายเท่านั้นหลังจากจัดการกับเครื่องประทินเสร็จแล้ว เฟ่ยหนานอวี่ก็หันหลังกลับ ก้มลงมองอิ่งจือ“คนผู้นี้ไม่อาจเก็บไว้ได้อีก”โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าเฟ่ยหนานอวี่นั้นไม่มีวรยุทธ์ การจัดการกับอิ่งจือจึงต้องเป็นเขาที่ลงมือเอง“ท่านคิดจะท าเช่นไร”เฟ่ยหนานอวี่ส่ายหน้าจนใจ “คนผู้นี้คอยติดตามและใส่ร้ายป้ายสีข้ามาตลอด วันนี้ข้าจะส่งมันไปที่ปรโลกเอง”เพียงค าพูดนั้นจบลง เขาก็หยิบกริชที่ส่องประกายออกมาจากลิ้นชัก แล้วแทงเข้าไปที่หน้าอกของอิ่งจืออย่างรวดเร็ว
เดิมทีอิ่งจือก็หมดสติไปแล้ว ไม่แม้แต่จะส่งเสียงครวญครางก็สิ้นใจเสียก่อนเฟ่ยหนานอวี่มองโม่จิ่วเยี่ย“คงต้องรบกวนคุณชายเก้า ช่วยจัดการศพด้วยแล้ว”พูดจบ เขาก็ผลักหน้าต่างด้านหลังของห้องหนังสือออก“วันนี้ข้าสั่งให้คนที่คอยเฝ้ายามออกไปหมดแล้ว ที่นี่จึงปลอดภัยดี”เรื่องเช่นนี้โม่จิ่วเยี่ยย่อมไม่ปฏิเสธอยู