งรอยแห้งแตกอยู่บ้าง“ป้าเหมย ข้าเคยเรียนวิชาแพทย์มาบ้างตั้งแต่เด็ก ข้าขอจับชีพจรให้ท่านได้หรือไม่”เต๋อเฟยเหนียงเหนียงพิจารณาเฮ่อจือหร่านครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเบา ๆ ว่า “ได้ เชิญฮูหยินตามสบายเถอะ”เมื่อได้ยินผู้อาวุโสเรียกตนว่าฮูหยินเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง“ป้าเหมย ท่านเรียกชื่อข้าก็พอเจ้าค่ะ” จากสภาพของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงในตอนนี้ คาดว่านางกับหนานรุ่ยคงต้องพักอยู่ที่นี่สักพัก จะให้ผู้อาวุโสเรียกนางว่าฮูหยินทุกครั้งคงไม่เหมาะ
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงกล่าวเสริมว่า “ป้าเหมย ปกติข้าเรียกภรรยาว่าหร่านหร่าน ท่านเรียกนางเช่นนี้ก็ได้”เต๋อเฟยเหนียงเหนียงพยักหน้าน้อย ๆ “ดี ต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่าหร่านหร่าน”ก่อนแต่งงาน ร่างเดิมของเฮ่อจือหร่านเคยเข้าวังพร้อมกับครอบครัวเพื่อร่วมงานเลี้ยง นางเป็นหนึ่งในสาวงามอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวงหากไม่ได้ยินว่านางหมั้นหมายกับโม่จิ่วเยี่ยมาตั้งแต่เด็ก เต๋อเฟยเหนียงเหนียงคงอยากขอราชโองการให้นางเป็นแต่งกับหนานรุ่ยแม้หนานรุ่ยจะอายุมากกว่าอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นเขายังไม่มีชายาเอก ในจวนก็มีแค่สาวใช้อุ่นเตียงสองคนเท่านั้นน่าเสียดายที่บุตรชายของนางไม่มีวาสนาเช่นนั้นเฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเต๋อเฟยเหนียงเหนียงก าลังคิดอะไรอยู่ นางจึงจับข้อมือของอีกฝ่ายมาตรวจชีพจรผลการตรวจดีกว่าที่นางคาดเดาเอาไว้เล็กน้อย แม้เต๋อเฟยเหนียงเหนียงจะถูกหนอนกู่ทรมานมาหลายปี แต่อาจเป็นเพร