ลับดูเหมือนหญิงชราที่อายุเจ็ดสิบแปดสิบปีหนานรุ่ยพยักหน้าอย่างยากล าบาก “นี่คือเสด็จแม่ของข้าจริง ๆพูดไปก็มากความ ตอนนี้สภาพของเสด็จแม่ข้าอาการแย่มาก ข้าขอร้อง เจ้าช่วยติดต่อปรมาจารย์ท่านนั้นเดี๋ยวนี้เถอะ หากไม่สามารถถอนพิษกู่ได้ ชีวิตของเสด็จแม่ข้าคงจบสิ้นแล้ว”แม้โม่จิ่วเยี่ยจะมีข้อสงสัยมากมายในใจ แต่เขาก็เห็นได้ว่าสถานการณ์ของเต๋อเฟยไม่สู้ดีนักเขาส ารวจไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรแปลกปลอม จึงหลีกทางให้หนานรุ่ยขับรถม้าเข้ามาในลานบ้าน
ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ กระต่ายที่เลี้ยงไว้หลังบ้านออกลูกติดต่อกันหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ คนในบ้านส่วนใหญ่จึงไปช่วยงานกันที่อยู่หลังบ้าน บรรยากาศด้านหน้าจึงค่อนข้างเงียบเหงาโม่จิ่วเยี่ยพาหนานรุ่ยที่ก าลังอุ้มเต๋อเฟยเข้ามาในห้องข้าง“บ้านของข้าเรียบง่าย องค์ชายหนานรุ่ยอย่าได้ถือสา”สภาพแวดล้อมเช่นนี้ส าหรับคนสกุลโม่ที่มองทุกอย่างเรียบง่ายยอมไม่มีอะไรให้เคอะเขิน แต่ส าหรับหนานรุ่ยและเต๋อเฟยที่เคยชินกับชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือยแล้ว มันช่างเรียบง่ายเกินไป โม่จิ่วเยี่ยจึงรู้สึกว่าสมควรต้องกล่าวเตือนสักหน่อย“ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้ใส่ใจสิ่งเหล่านี้”โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าสภาพของเต๋อเฟยแย่มาก ตอนนี้เขาจึงไม่มีอารมณ์มาคิดถึงค าพูดของหนานรุ่ย“เชิญองค์ชายพักผ่อนที่นี่ก่อน เดี๋ยวข้าจะให้คนมาดูแล แล้วจะรีบไปติดต่อปรมาจารย์คนนั้นเดี๋ยวนี้”โม่จิ่วเยี่ยกล่าวจบก็รีบไปที่ห้องของฮ