ป็นเด็กดีนะ ขอข้าพักสักครู่เถอะ”ข้าวปั้นน้อยเหมือนจะรู้ว่าเจ้าของก าลังเหนื่อยล้า มันจึงส่งเสียงรับค าแล้วก็นอนหลับไปอย่างเชื่อฟังรถม้ายังคงเดินทางต่อไป ผ่านเมืองและต าบลต่าง ๆ โดยไม่ต้องหลบซ่อน พอตกกลางคืนทุกคนก็เข้าพักที่โรงเตี๊ยมและเดินทางต่อในยามกลางวันสิบวันต่อมา พวกเขาก็เดินทางมาถึงเมืองอวิ่นได้อย่างปลอดภัยรถม้าค่อย ๆ แล่นเข้าสู่หมู่บ้านซีหลิ่ง พอเข้ามาในหมู่บ้านก็ได้ยินเสียงดังโวยวาย
“ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าน้อยพูดความจริงทุกค า ถ้าไม่เชื่อท่านก็ลองไปดูที่บ้านสกุลโม่ก็ได้”“หึ! แม้แต่บ้านสกุลโม่เจ้าก็ยังกล้าไปหาเรื่อง ข้าว่าตระกูลชุยของพวกเจ้าคงไม่อยากอยู่ในเมืองอวิ่นแล้วสินะ”“ท่านเจ้าหน้าที่ขอรับ เจ้าเหล่าจิ่วบ้านสกุลโม่กับภรรยาไม่โผล่หน้ามาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ท่านคิดว่าหากพวกเขาไม่ได้ออกไปนอกเมือง แล้วท าไมถึงหายหน้าไปนานขนาดนี้ได้?”เมื่อได้ยินคนพูดถึงสกุลโม่ โม่จิ่วเยี่ยก็เร่งความเร็วรถม้าทันที่หลังเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เห็นว่าเป็นคนของตระกูลชุยสองคนพาเจ้าหน้าที่หลายนายเดินเข้ามาในหมู่บ้านจากบทสนทนาสั้น ๆ เมื่อครู่ คงเดาได้ไม่ยากว่าคนตระกูลชุยคิดแค้นพวกเขา พอเห็นว่าเขากับหร่านหร่านหายหน้าไปครึ่งเดือน ก็แอบสังเกตแล้วรายงานต่อทางการสาเหตุก็ไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่นักโทษเนรเทศที่ไม่ได้รับการอภัยโทษจากองค์จักรพรรดิ ชั่วชีวิตนี้ย่อมไม่อาจออกไปจากที่นี่ได้คนตระกูลชุยต้องการอาศัยเรื่องนี้มาแ