นที่รัชทายาทหนานเจียงล่มสลาย แล้วน าข่าวนี้ไปบอกองค์หญิง ชีวิตของหลานเอ๋อร์ก็ไม่มีอะไรให้เสียดายแล้ว”ขณะหลานเอ๋อร์พูด นางก็คุกเข่าลงตรงหน้าเฮ่อจือหร่านแล้วเห็นได้ชัดว่าอวี่เอ๋อร์เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเองโดยพื้นฐานแล้วไม่ว่าหลานเอ๋อร์พูดอะไร นางก็จะคิดว่าสิ่งนั้นสมเหตุสมผล
ดังนั้น เมื่อหลานเอ๋อร์คุกเข่าลง นางก็คุกเข่าตามด้วยเฮ่อจือหร่านไม่ได้รีบพยุงพวกนางขึ้นมา นางต้องการพาพวกนางไปซีเป่ย จึงต้องพูดเรื่องที่ไม่น่าฟังให้ชัดเจนก่อน“พวกเจ้าคงได้ยินเรื่องที่สกุลโม่ถูกยึดทรัพย์และเนรเทศแล้วตอนนั้นสกุลโม่มีบุรุษรอดชีวิตเพียงคนเดียว นั่นก็คือสามีของข้า โม่จิ่วเยี่ย”นางพูดพลางมองไปยังสองคนบนเตียงที่ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติ“ที่วันนี้พวกเราแอบเข้ามาในจวนรัชทายาทและช่วยพี่เจ็ดออกมาได้ส าเร็จ เรื่องนี้คงปิดบังไม่ได้นาน แต่ข้าหวังว่าข่าวนี้จะไม่รั่วไหลออกไปจากปากของพวกเจ้า”หลานเอ๋อร์รีบรับปาก “ฮูหยินเก้าวางใจได้ หลานเอ๋อร์ขอสาบานว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหนเด็ดขาด”เพื่อรักษาคนคนนี้ไว้ องค์หญิงถึงกับยอมสละชีวิตตนเอง แม้จะเป็นเพราะเห็นแก่องค์หญิง แต่นางก็ต้องช่วยสกุลโม่ปกปิดเรื่องนี้เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางจริงใจของนาง จึงพูดต่อว่า “ตอนนี้พวกเราอาศัยอยู่ในชนบทของซีเป่ย ถ้าพวกเจ้าทนชีวิตล าบากแบบนี้ไม่ได้ ข้าก็จะไม่บังคับให้พวกเจ้าไปอยู่ด้วย อีกอย่าง ที่บ้านเราไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน อย่าว่