ขาถามอย่างงุนงงว่า“พี่ชาย พี่สะใภ้ทั้งหลาย ข้าท าอะไรผิดไปหรือ?”โม่หานเยี่ยเห็นว่าเมิ่งไห่หนิงเสียเงินเพื่อซื้อจี้นี้มาให้ตน จึงหน้าแดงและอธิบายว่า“ใต้เท้าเมิ่ง จี้กระต่ายนี้เป็นฝีมือของข้ากับพี่สะใภ้”เมิ่งไห่หนิงได้ยินดังนั้นก็ท าหน้าไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อสบตากับดวงตาใสซื่อและบริสุทธิ์ของโม่หานเยี่ย เขาก็ต้องพยายามควบคุมน ้าเสียงและถามต่อไปว่า“ท่านหมายความว่า จี้กระต่ายนี้พวกท่านท าเองหรือ”โม่หานเยี่ยพยักหน้าอย่างหนัก “ใช่แล้ว ที่บ้านเราเลี้ยงกระต่ายจี้นี้ก็ท าจากขนกระต่ายที่ย้อมสีแล้ว”
เมิ่งไห่หนิงรู้เรื่องบ้านสกุลโม่เลี้ยงกระต่ายดี แต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายท าเพื่อค้าขายเนื้อกระต่ายเท่านั้นไม่คิดว่าพวกเขาจะใช้ประโยชน์จากขนกระต่ายได้เหมาะเจาะถึงเพียงนี้โม่หานเยี่ยเป็นบุตรสาวคนเล็กของบ้าน ทุกคนตามใจนางดังนั้นเมื่อพี่สะใภ้เห็นว่าน้องสาวสามีชอบจี้กระต่ายที่ท าขึ้นมาจึงเก็บไว้ให้นางทุกสีโม่หานเยี่ยกลับไปห้องตัวเองครู่หนึ่ง แล้วกลับมาพร้อมจี้กระต่ายหูยาวทั้งเจ็ดสีนางส่งให้เมิ่งไห่หนิงดู“ใต้เท้าเมิ่งดูเถอะ ข้ามีจี้กระต่ายทั้งเจ็ดสี”เมิ่งไห่หนิงกลายเป็นหินไปทันที…เขาเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อหาของขวัญพิเศษมอบให้โม่หานเยี่ย แต่สุดท้ายกลับเลือกสิ่งที่มาจากสกุลโม่ยิ่งไปกว่านั้น เขายังจ่ายเงินซื้อแพงกว่าถึงสองเท่านึกถึงตรงนี้ ใบหน้าขาวผ่องของเมิ่งไห่หนิงก็พลันแดงเรื่อขึ้นมาด้วยความอับอาย
ของขวั