ดถึงประวัติศาสตร์ช่วงนั้น เฮ่อจือหร่านก็ไม่ค่อยรู้จริง ๆเพราะชนรุ่นหลังศึกษาแต่วัฒนธรรมจงหยวน ส าหรับแคว้นเล็กๆ ตามชายแดนโบราณ มีแต่นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่จะศึกษาอย่างละเอียดดังนั้นในหนังสือประวัติศาสตร์ที่นางซื้อมาจึงไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้พอพูดถึงอวิ๋นหลี่ ก็คงเป็นไปได้ว่าประวัติศาสตร์ช่วงนี้อาจถูกนางเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
หากนางไม่ได้ย้อนเวลามาที่นี่ โอกาสที่โม่จิ่วเยี่ยจะมีชีวิตรอดก็คงมีไม่มาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจับตัวอวิ๋นหลี่กับหนานเหิงที่ทะเลสาบเกลือและสังหารพวกเขาอย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงไข่มุกแดนใต้ที่นักสะสมตัวน้อยเล่าถึง มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะถูกเก็บไว้ในท้องพระคลังหรือในวังหลวงของหนานเจียงสิ่งที่เฮ่อจือหร่านก าลังคิดอยู่ตอนนี้คือ ถ้านางไปหนานเจียงแล้วถือโอกาสช่วยนักสะสมตัวน้อยหาไข่มุกสีด าจากแดนใต้ที่มีอยู่ในยุคนี้ จากนั้นน าไปวางในร้านเพื่อขายให้เขา จะเป็นการท าประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหรือไม่นางคิดเช่นนั้น จึงถามลองเชิงว่า [ถ้าฉันมีโอกาสหาไข่มุกแดนใต้นั้นเจอ คุณจะต้องการมันไหม]รอไปประมาณหนึ่งนาทีก็ยังไม่เห็นนักสะสมตัวน้อยตอบกลับมาเฮ่อจือหร่านคิดว่าเขาคงออฟไลน์ไปแล้วหรือตอนนี้อีกฝ่ายก็อาจไม่ได้ดูโทรศัพท์อย่างไรเสียมันก็เป็นแค่การเอ่ยถามลอย ๆ นางจึงคิดจะวางโทรศัพท์ไว้แล้วไปท าอย่างอื่นใครจะรู้ว่าปลายนิ้วของนางยังไม่ทันสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์ นักสะสม