ะต่ายคนละชิ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้มแม้พวกนางจะไม่คุ้นชินกับรสเผ็ด ก็ยังส่งเสียงอืออาเป็นพัก ๆถึงแม้จะเผ็ดจนหน้าแดงก ่า ก็ยังพยายามกินต่อไปอย่างไม่ลดละพอทุกคนเห็นเฮ่อจือหร่านเข้ามา ต่างก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดพี่สะใภ้รองพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องสะใภ้เก้า เนื้อที่อร่อยขนาดนี้ต้องเป็นฝีมือเจ้าแน่ ๆ เลยใช่หรือไม่? พวกเรามาเตรียมอาหารเย็นและเห็นมันเข้าพอดี จึงลองชิมกันดู”พูดว่าลองชิม แต่คงจะกินกันไปหลายค าแล้วโชคดีที่เฮ่อจือหร่านท าไว้มาก ไม่อย่างนั้นคงถูกบรรดาพี่สะใภ้ชิมจนหมด…สิ่งที่นางสนใจที่สุดไม่ใช่ปริมาณของกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานแต่เป็นความเห็นของทุกคนที่มีต่ออาหารจานนี้“พวกพี่สะใภ้คิดว่ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานจานนี้อร่อยหรือไม่เจ้าคะ?”ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน “อืม อร่อย อร่อยมาก ๆ เลย”
“ทั้งเผ็ดทั้งติดใจ”“กินหนึ่งชิ้นก็อยากกินต่ออีกชิ้นเลย”ได้ฟังค าวิจารณ์ของพี่สะใภ้ทั้งหลายและดูจากสีหน้าของพวกนางแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานของนางประสบความส าเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งคืนนี้นางจะท ากระต่ายที่เหลืออีกแปดตัว พรุ่งนี้เช้าจะได้เอาไปลองขายในเมืองกระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานนี้ไม่เพียงได้รับค าชมจากเหล่าพี่สะใภ้ แม้แต่พี่ห้าที่ปกติพูดน้อยที่สุดก็ยังชมว่าอร่อยไม่หยุดปากเฮ่อจือหร่านก็แค่ลองดูท ากระต่ายผัดเผ็ดเปรี้ยวหวานที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะส าเร็จในครั้งเดี