ดูจากสีหน้าของนาง โม่จิ่วเยี่ยและถังหมิงรุ่ยต่างก็คาดเดาผลลัพธ์ที่ดีได้ถังหมิงรุ่ยถามอย่างร้อนรน “พี่สะใภ้โม่ น้องสาวของข้าไม่ได้เป็นโรคฝีดาษใช่หรือไม่ขอรับ”เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ใช่ นางไม่ได้เป็นโรคฝีดาษจริง ๆ”นางหยุดไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยต่อ “แต่โรคนี้ก็ติดต่อกันได้ ถ้ารักษาอย่างถูกต้อง โดยพื้นฐานแล้วจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต”ถังหมิงรุ่ยได้ยินนางพูดเช่นนี้เแล้วก็ถอนหายใจโล่งอกขณะที่เขาก าลังจะถามเฮ่อจือหร่านเกี่ยวกับวิธีการรักษา ก็มีหมอชราคนหนึ่งเดินมาที่หน้าโรงหมอหมอชราเหมือนจะมีความรู้อยู่บ้าง เขาสวมผ้าปิดหน้า และยืนห่างจากทุกคนไปพอประมาณ“แม่นาง เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ ข้าขอเตือนเจ้าสักค า จงอยู่ห่างจากพวกเขาเถอะ จะได้ไม่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”เฮ่อจือหร่านรู้ว่าอีกฝ่ายหวังดีกับนาง“ท่านเป็นหมอที่นี่ใช่หรือไม่” เฮ่อจือหร่านลุกขึ้นยืน จ้องมองอีกฝ่ายตรง ๆ
หมอชราพยักหน้า “ข้าคือหมอของโรงหมอแห่งนี้ ฟังค าแนะน าของข้าสักค าเถอะ แม่นาง เจ้ารีบออกไปจากที่นี่เสีย!”เฮ่อจือหร่านมั่นใจแล้วว่าโรคของเด็กหญิงไม่ใช่โรคฝีดาษ นางจึงต้องอธิบายให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในเมือง“ท่านหมอ โรคของนางไม่ใช่โรคฝีดาษ ถ้าไม่เชื่อท่านก็ลองดูสิตุ่มบนหน้าของนางเป็นเพียงผิวชั้นนอก แตกต่างจากฝีดาษโดยสิ้นเชิง”หมอชราไม่เชื่อค าพูดของเฮ่อจือหร่านเลย เขารักษาคนมาครึ่งชีวิตแล้ว จะจ าโรคฝีดาษไม