อย่างไร?ทว่าก็มีเพียงจ้าวเจ๋อชวนเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น
หลังจากถูกตระกูลชุยรังแกมาหลายปี หากต้องการลุกขึ้นสู้วิธีการเดียวก็คือคนในตระกูลของพวกเขาจะต้องมีคนที่มีต าแหน่งสูงกว่าชุยเหวินด้วยเหตุนี้ คนในตระกูลจ้าวจึงตัดสินใจเลือกเด็กชายที่เฉลียวฉลาดคนหนึ่งไปเรียนหนังสือ โดยค่าเล่าเรียนจะมาจากการรวบรวมเงินของทุกคนในตระกูลความฉลาดของจ้าวเจ๋อชวนนั้นจึงได้รับการยอมรับจากทุกคนดังนั้นจ้าวเจ๋อชวนย่อมเป็นคนเดียวจากตระกูลจ้าวและตระกูลโจวที่เป็นบัณฑิตเมื่อเสียงของเมิ่งไห่หนิงเงียบลง จ้าวเจ๋อชวนก็ได้แวกผ่านฝูงชนมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว“ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยถงเซิงจ้าวเจ๋อชวนผู้ไร้ความสามารถ ยินดีจะเขียนค าร้องนี้เองขอรับ”เมื่อเห็นจ้าวเจ๋อชวนเรียกตัวเองว่าถงเซิง เมิ่งไห่หนิงจึงเลิกคิ้วถาม “เจ้ามีต าแหน่งกงหมิงแล้วหรือ?”จ้าวเจ๋อชวนตอบอย่างไม่เย่อหยิ่งไม่ต ่าต้อย “ข้าสอบได้ต าแหน่งบัณฑิตชั้นต้นเมื่อปีที่แล้วขอรับ”เมิ่งไห่หนิงไม่คิดว่าในตระกูลที่ตกอับเช่นนี้ จะสามารถส่งคนไปสอบเป็นบัณฑิตชั้นต้นได้
อีกทั้งดูจากอายุของอีกฝ่ายแล้วก็น่าจะมีอายุแค่สิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้นการที่เขาสามารถสอบเป็นบัณฑิตชั้นต้นได้ตั้งแต่ปีก่อน ก็เพียงพอจะพิสูจน์ความสามารถของคนผู้นี้แล้วคิดได้ดังนั้น เมิ่งไห่หนิงจึงยังไม่พูดถึงเรื่องเขียนค าร้อง“ตามที่หัวหน้าตระกูลของพวกเจ้ากล่าวไว้ ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากล าบาก