แต่ไม่นานมันก็ได้กลิ่นอันคุ้นเคย เจ้าตัวน้อยกอดขาข้างหนึ่งของเฮ่อจือหร่านทันที่เฮ่อจือหร่านลูบหัวมันอย่างเอ็นดู “ข้าวปั้นน้อยเป็นเด็กดีนะ ไว้พวกเรากลับเข้าไปก่อนค่อยกอดกัน”ข้าวปั้นน้อยท าเหมือนเข้าใจ แม้จะยังอาลัยอาวรณ์แต่ก็ปล่อยขาเจ้าของอย่างเชื่อฟังเจ้าตัวน้อยเดินตามหลังโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านกลับไปยังค่ายพักด้วยความกระตือรือร้นขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านก็หยิบทิชชู่เปียกหลายแผ่นจากพื้นที่มิติ เช็ดเลือดสีด าที่กระเด็นไปทั่วตัวดูเหมือนเมิ่งไห่หนิงจะไม่คิดจากไปในตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากันแล้วเดินไปหาเขาตอนนี้เมิ่งไห่หนิงก าลังพูดคุยกับโม่ชูหานอย่างสนุกสนาน จนได้ยินเสียงหัวเราะของโม่ชูหานดังมาแต่ไกลโม่จิ่วเยี่ยเร่งฝีเท้ามาอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง“มีเรื่องอะไรถึงท าให้พี่แปดร่าเริงขนาดนี้?”หลังได้ยินเสียงของโม่จิ่วเยี่ย สิ่งแรกที่โม่ชูหานนึกถึงคือเรื่องการถอนพิษของพี่ห้า
แต่เขาก็ไม่กล้าถามต่อหน้าเมิ่งไห่หนิงอย่างไรก็ตาม ฟังจากน ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยก็พอจะเดาได้ว่าพี่ห้าถอนพิษได้ส าเร็จแล้วคิดถึงจุดนี้ รอยยิ้มของโม่ชูหานก็ยิ่งกว้างขึ้นอีกหลายส่วน“น้องเก้า น้องชายเมิ่งบอกว่าอยากเชิญข้าไปเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการ ข้าตกลงไปแล้ว รอให้เรื่องที่บ้านจัดการเรียบร้อยก่อน ข้าก็จะไปท างานที่นั่นทันที”ในความคิดของโม่ชูหาน การที่เขาไปเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่นั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว