พื่อไต่สวนเดี๋ยวนี้”ทว่าโม่จิ่วเยี่ยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย“ข้าท าอะไรถึงต้องถูกไต่สวน?”“อย่ามัวพูดจาไร้สาระ ข้าสงสัยว่าเจ้าคือคนที่ท าร้ายท่านรองนายอ าเภอ” เจ้าหน้าที่ไม่สนใจฟังค าอธิบายใด ๆ ก้าวเข้ามาเพื่อจะจับตัวคนโม่จิ่วเยี่ยจับมือเฮ่อจือหร่านไว้ แล้วหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว หลีกเลี่ยงมือของเจ้าหน้าที่ที่ยื่นเข้ามาได้อย่างง่ายดายเจ้าหน้าที่เห็นดังนั้นก็โกรธมาก “บังอาจนัก เจ้ากล้าหลบหนีการจับกุม มีโทษเพิ่มขึ้นอีก”เขารู้ดีถึงสถานะในอดีตของโม่จิ่วเยี่ย คนที่เคยน าทัพออกรบฝีมือย่อมต้องร้ายกาจแน่นอน แม้จะพูดเสียงแข็งแต่กลับไม่กล้าลงมือเข้าไปจับตัวอีกตอนนี้สีหน้าโม่จิ่วเยี่ยมืดด าไปหมดแล้วเขาจ้องมองคนตระกูลชุยอย่างโกรธเกรี้ยว แล้วหันไปมองเจ้าหน้าที่ เอ่ยถามเสียงเข้ม“จับโจรต้องจับของกลาง ท่านมีหลักฐานอะไรที่จะตัดสินว่าข้าคือคนที่ท าร้ายรองนายอ าเภอชุย”
ความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้คิดสงสัยโม่จิ่วเยี่ยเลยเพราะรองนายอ าเภอชุยบอกว่าคนร้ายที่ลงมือเมื่อคืนมีทั้งหมดห้าคน ทุกคนล้วนปกปิดใบหน้าทั้งหมดคนที่มาจากสกุลโม่เมื่อวานเขาก็เห็นแล้วว่ามีแค่บุรุษสองคนส่วนคนที่เหลือล้วนเป็นสตรี ไม่มีทางรวมกันถึงห้าคนเพื่อก่อเหตุได้อย่างไรก็ตาม รองนายอ าเภอเร่งเร้ามาก ต้องการให้พวกเขาจับตัวคนร้ายให้ได้ภายในสามวันไม่ต้องสงสัยก็รู้ว่าคนห้าคนที่กล้าบุกเข้าเรือนขุนนางยามดึกเพื่อลงมือเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางเป็