เมื่อโม่จิ่วเยี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงไป ในใจเขาก็รู้สึกสูญเสียสกุลโม่เป็นขุนนางผู้จงรักภักดีมาหลายชั่วอายุคน และยังมีสหายอยู่หลายคนแต่หลังสกุลโม่ประสบเคราะห์กรรม กลับไม่มีผู้ใดออกมาส่งพวกเขาเลยสักคนที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของจักรพรรดิซุ่นอู่ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยเห็นความจริงของโลกอย่างชัดเจนแล้ว เขาไม่อยากจมอยู่กับเรื่องราวในอดีตอีกต่อไปสิ่งที่เขาปรารถนาที่สุดในตอนนี้คือสามารถออกจากที่นี่ให้เร็ว ๆหลังจากไปถึงซีเป่ยและตั้งรกรากเรียบร้อยแล้ว ก็จะหาทางออกไปตามหาพี่ใหญ่กับพี่รอง พร้อมทั้งช่วยพวกพี่สะใภ้ตามหาต้านผีส าหรับปรุงยาแก้พิษด้วย“ท่านขุนพล ตอนนี้ประตูเมืองและท่าเรือถูกปิดกั้นทั้งหมดแล้วพวกเราติดอยู่ที่นี่มากว่าครึ่งเดือน ถ้าล่าช้าต่อไปอีก เกรงว่าต่อให้ถึงช่วงปีใหม่ก็ยังไปไม่ถึงซีเป่ย”“จริงอย่างเจ้าว่า อากาศเริ่มเย็นลงทุกวัน หากพวกเจ้าเดินทางยามนั้นคงไม่สะดวกนัก”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ขุนพลอาวุโสจึงพูดว่า“หลานชาย เจ้ากลับไปเตรียมตัวตอนนี้เลย พรุ่งนี้เช้าข้าจะจัดหาเรือส่งพวกเจ้าออกจากที่นี่ด้วยตัวเอง”โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านได้ยินดังนั้นก็ดีใจมากทั้งสองคนโค้งค านับให้ขุนพลอาวุโสพร้อมกัน “ขอบคุณท่านขุนพลที่ช่วยเหลือ”ขุนพลอาวุโสจินตบไหล่โม่จิ่วเยี่ย “แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เจ้ากับภรรยาไม่ต้องคิดมาก พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปรอพวกเจ้าที่ท่าเรือ”หลังจากกล่าวขอบคุณอีกครั้ง โม่จิ่วเยี่ย