โม่อวิ๋นเฟิงยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับเป็นหุ่นเชิด ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ มองดูเผิน ๆ คล้ายกับทหารดินเผาเสียมากกว่าหนานเหิงกับราชครูยังคงหมดสติอยู่พวกเขาทั้งสองเข้าไปยืนตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ เฮ่อจือหร่านค้นตัวราชครู ส่วนโม่จิ่วเยี่ยค้นตัวหนานเหิงเฮ่อจือหร่านได้สิ่งของจากอีกฝ่ายมาไม่น้อยเลยทีเดียวนอกจากตั๋วเงินมูลค่ากว่าหมื่นต าลึงแล้ว บนตัวของราชครูยังมีขวดใบเล็กที่นางเพิ่งหยิบออกมาด้วยนอกจากนี้ก็มีแต่ยาผงอีกไม่กี่ห่อหลังจากตรวจสอบแล้ว เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นยาพิษที่ใช้ป้องกันตัว คล้ายคลึงกับ ‘ยมทูต’ ที่นางเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่ส่วนทางด้านโม่จิ่วเยี่ย เขาค้นพบตั๋วเงินมูลค่าหลายพันต้าบนตัวหนานเหิง รวมถึงแผ่นหยกคุณภาพดีอีกหนึ่งชิ้นนอกเหนือจากนี้บนตัวของหนานเหิงก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกเฮ่อจือหร่านรู้สึกสนใจขวดใบเล็กที่อยู่บนตัวของราชครูนี้มากหากการคาดการณ์ของนางไม่ผิดพลาด สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างในอาจเป็นกู่แม่ของกู่หุ่นเชิด
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการจดจ าเจ้าของของกู่แม่ นางจึงไม่กล้าเปิดจุกขวดโดยไม่ระวังในสถานการณ์ที่ยังไม่มั่นใจเต็มที่หลังจากค้นตัวเสร็จแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงใช้เชือกมัดคนเอาไว้ แล้วจึงเดินมาหาเฮ่อจือหร่านเฮ่อจือหร่านสามารถเห็นได้ว่าโม่จิ่วเยี่ยเกลียดชังราชครูคนนั้นเหลือเกินแต่ก่อนนางจะเอ่ยปากถาม โม่จิ่วเยี่ยก็พูดขึ้นมาว่า “สกุลโม่ของข้ามีความแค้น