กมา กู่หุ่นเชิดที่อยู่ในตัวขอโม่อวิ๋นเฟิง เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่?”ราชครูหญิงรู้สึกเจ็บแปลบตรงล าคอจากคมดาบอันเย็นเฉียบหลังจากสูดลมหายใจ นางก็มองไปยังคนที่ถามเบื้องหน้ามีเพียงชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่แม้หญิงสาวจะสวมชุดด า แต่ก็ไม่อาจบดบังความงามล่มเมืองของนางได้ ทว่านางกลับไม่รู้จักคนผู้นี้เลย
ส่วนชายที่เอ่ยปากพูดนั้น นางกลับคุ้นหน้า“โม่จิ่วเยี่ย?”“อวิ๋นหลี่ ตอนนี้เจ้าตกอยู่ในมือข้าแล้ว ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้ถ้าไม่อยากทรมานก็บอกเรื่องที่เจ้ารู้มาซะ” น ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยเย็นเยียบจนน่าขนลุกอวิ๋นหลี่หัวเราะเยาะ “หึ…เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะต้องตายแน่นอน?”ขณะพูด อวิ๋นหลี่ก็ใช้วิชาลับอะไรสักอย่าง ร่างของนางจึงหดตัวเล็กน้อย เชือกที่มัดร่างอยู่ก็หลุดออกในพริบตาอวิ๋นหลี่เป็นอิสระ นางยื่นมือเข้าไปในอกเสื้อโดยสัญชาตญาณเพื่อหยิบผงยาช่วยชีวิตโม่จิ่วเยี่ยเคลื่อนไหวรวดเร็วเช่นกัน ขณะมือของนางเพิ่งสอดเข้าไปในอกเสื้อ เขาก็ยกมีดขึ้นฟันจนตัดมือข้างหนึ่งของนางขาดทันที่อวิ๋นหลี่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด จากนั้นก็เอนตัวไปด้านหลังแล้วพลิกกายลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่วขณะเดียวกัน ปลายมีดของโม่จิ่วเยี่ยก็จ่อล าคอของนางอีกครั้งอวิ๋นหลี่เหมือนไม่รู้สึกเจ็บปวด นางก้มมองคมมีดเปล่งประกายเย็นเยียบ น ้าเสียงเริ่มอ่อนลง
“โม่จิ่วเยี่ย ชีวิตของโม่อวิ๋นเฟิงอยู่ในมือข้า ถ้าข้าตาย เขาก็จะตายตามไปด้วย”เมื่อได้ยินดังนั้น โม