บเพลิงในมือลงบนเรือส าราญอย่างเฉยชาท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด ปรากฏเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า…
แสงสว่างของเรือล านี้ชัดเจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนบนฝั่งสังเกตเห็นความผิดปกติและมาตรวจสอบ โม่จิ่วเยี่ยใช้พลังภายในช่วยพายเรือ ท าให้ความเร็วของเรือยางแล่นเร็วถึงขีดสุดชั่วพริบตาเดียวคนทั้งสองก็กลับมาถึงริมฝั่งพวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ใกล้ ๆแสดงว่าเปลวไฟที่พวยพุ่งบนเรือส าราญดึงดูดความสนใจของผู้คนบนฝั่งได้แล้วโชคดีที่พวกเขาขึ้นฝั่งได้รวดเร็วจึงไม่ถูกใครพบเห็นเฮ่อจือหร่านเก็บเรือยางเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ใช้วิชาตัวเบาอุ้มนางออกจากที่นี่เมื่ออยู่ห่างจากจุดพักแรมประมาณหนึ่งร้อยจั้ง โม่จิ่วเยี่ยพบว่ามีเงาด าก าลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าในคืนที่มืดมิดและมีลมแรงเช่นนี้ พวกเขาไม่สามารถมองเห็นตัวตนของอีกฝ่ายได้ชัดเจน จึงค่อย ๆ เดินไปทางคนผู้นั้นอย่างระมัดระวัง ตั้งใจจะส ารวจคนให้รู้แน่ชัดยังไม่ทันที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจะเดินเข้าไปใกล้ โม่ชูหานก็เอ่ยปากขึ้นมาก่อน“น้องเก้ากับน้องสะใภ้เก้า เป็นพวกเจ้าใช่หรือไม่?”“พี่แปด? ท าไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่เล่า?” ทั้งสองคนต่างตกใจมาก
ตอนที่พวกเขาออกมา ก็ได้สังเกตอย่างละเอียดแล้ว แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ เลย“ข้าเห็นพวกเจ้าลอบออกมา กลัวว่าจะเจออันตราย จึงคอยเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอด”ได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็สบตากันในใจของทั้ง