เร็วนางจัดการตัวเองลวก ๆ แล้วเปิดม่านกระโจมความจริงแล้ว นางรู้สึกเหมือนตัวเองท าเรื่องน่าอายและกลัวคนอื่นจะเห็นแต่พี่สะใภ้แปดเป็นคนรู้จักกาลเทศะมาก นางยืนห่างจากกระโจมไปพอสมควรเมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านออกมา พี่สะใภ้แปดยังคงยืนอยู่ที่เดิม“น้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้แปดไม่รู้จะขอบคุณเจ้าอย่างไรดีแล้ว”เฮ่อจือหร่านยิ้มน้อย ๆ “พี่สะใภ้แปด พวกเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก”
เฮ่อจือหร่านเดินเข้ามาหา พี่สะใภ้แปดจึงก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วคล้องแขนของนางไว้“ในเมื่อน้องสะใภ้เก้าพูดแบบนี้ พี่สะใภ้แปดก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ”ระหว่างที่พูดคุยกัน พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็เตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้วจึงมาเรียกทุกคนให้ไปทานข้าวโม่จิ่วเยี่ยอาสาจัดการกระโจมและข้าวของอื่น ๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะตามพวกนางไปกินอาหารเช้าด้วยกันเพิ่งวางตะเกียบลง เผิงวั่งก็เดินเข้ามาเขาถามถึงอาการของโม่ชูหานก่อน จากนั้นก็มองรถลากของพวกเขาอย่างล าบากใจ“น้องชายโม่ น้องสะใภ้ อีกสองวันพวกเราจะต้องผ่านเขตทะเลสาบเกลือแล้ว ทะเลสาบเกลือไม่มีสะพาน ท าได้แค่นั่งเรือข้ามแม่น ้า รถลากของพวกเจ้าคงเก็บไว้ไม่ได้ แต่อย่างไรก็ซื้อมาด้วยเงินจะทิ้งไปก็น่าเสียดาย วันนี้ตอนเดินทางผ่านเมือง พวกเจ้าน ามันไปขายที่ตลาดสัตว์เถอะ”ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เฮ่อจือหร่านคงจะท าตามข้อเสนอของเผิงวั่งแล้วจัดการขายรถลากทิ้งไป
แต่ตอนนี้นางมีพื้นที่มิติที่ใหญ่โตขนาดนั