ลากมาแต่ไกล
โม่จิ่วเยี่ยเปิดม่านรถออกและทักทายเขาสองสามค า เฟ่ยหนานอวี่จึงแนะน าให้เฮ่อจือหร่านนั่งในรถม้า ส่วนเขาจะนั่งบังคับรถกับบ่าวรับใช้ระหว่างทางเฟ่ยหนานอวี่สอบถามด้วยความเป็นห่วงว่าท าไมโม่จิ่วเยี่ยถึงได้รับบาดเจ็บทั้งสองคนคิดไว้แล้วว่าเฟ่ยหนานอวี่ต้องสอบถาม จึงตัดสินใจพูดไปตามความเป็นจริงเฟ่ยหนานอวี่ฟังแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงถอนหายใจจากนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องพูดคุยพวกเขาทั้งหมดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานก็มาถึงบ้านร้างแห่งนั้นอาการบาดเจ็บของโม่จิ่วเยี่ยยังคงสาหัส และถูกเฮ่อจือหร่านบังคับให้รออยู่บนรถลากเฮ่อจือหร่านพาอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านเฟ่ยหนานอวี่เห็นร่องรอยการเหยียบย ่าในลานจึงไม่ได้สงสัยอะไร และเดินตามเฮ่อจือหร่านไปที่หน้าประตูเรือนหลักเฮ่อจือหร่านชี้ไปยังหน้าต่างบานหนึ่งแล้วพูดว่า “ประตูถูกลงกลอนไปแล้ว ข้าเข้าไปทางนั้น”เฟ่ยหนานอวี่ไม่สงสัยสักนิด เดินตรงไปยังหน้าต่างทันที่
เฮ่อจือหร่านแสร้งท าเป็นออกแรงเขย่าสองสามที่ หน้าต่างก็เปิดออกเฟ่ยหนานอวี่กระโดดข้ามหน้าต่างเข้าไป เมื่อเห็นหวงเหลียนจ านวนมาก ท่าทางที่เขาท าเป็นไม่สนใจอะไรก็หายไปจนหมดสิ้น“ฮูหยินโม่ ครั้งนี้ท่านมีบุญคุณใหญ่หลวงนัก ข้าขอขอบคุณท่านแทนชาวเมืองตงเฟิงทุกคน”เฮ่อจือหร่านกล่าวว่า “คุณชายเฟ่ยไม่ต้องเกรงใจ ข้ายังมีเรื่องจะขอร้องท่านอีกอย่าง”“ฮูหยินโม่โปรดบอกมาเถอะ ตราบใดที่หนานอวี่ท าได้ ข้าจะทุ่มเทสุดความสามารถ